
เงินบาทแข็งค่านิวไฮรอบ 26 เดือน
นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วน! ครม.เศรษฐกิจพรุ่งนี้ หลังเงินบาทแข็งค่าหนัก วันนี้ทำนิวไฮรอบ 26 เดือน แตะ 31.21 บาท แนวโน้มแข็งค่าได้อีก
นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วน! ครม.เศรษฐกิจพรุ่งนี้ หลังเงินบาทแข็งค่าหนัก วันนี้ทำนิวไฮรอบ 26 เดือน แตะ 31.21 บาท แนวโน้มแข็งค่าได้อีก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดเล็กเป็นกรณีพิเศษช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ ในเวลาประมาณ 07.00 น. เพื่อหารือถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีเงินบาทปรับตัวแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ, นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง, นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์, เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.), ผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย(ธปท.) เป็นต้น
ค่าบาททำสถิติแข็งค่านิวไฮรอบ 26เดือน
ด้าน นักบริหารเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 31.26/27 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 31.28/30 บาท/ดอลลาร์ หลังจากนั้นทยอยปรับตัวแข็งค่าลงไปทำนิวไฮในรอบ 26 เดือนที่ระดับ 31.21 บาท/ดอลลาร์ เมื่อเวลา 08.55 น.โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันกับค่าเงินในภูมิภาค
"(เงินบาท)โดนถล่มลงไปทำนิวไฮแต่เช้า หลังจากเปิดตลาดแล้วปรับตัวแข็งค่าลงอย่างรวดเร็ว" นักบริหารเงิน กล่าว
เมื่อวานนี้(31 ส.ค.)ช่วงที่ค่าเงินในภูมิภาคเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวอ่อนค่า ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้เข้ามาแทรกแซงให้เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.29 บาท/ดอลลาร์
เนื่องจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาคออกมาค่อนข้างดี ทั้งออสเตรเลีย จีน และอินเดีย น่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้เงินทุนต่างประเทศไหลเข้าได้อีก แม้ภาวะการลงทุนในตลาดทุนจะถูกมองว่า over bought ไปแล้ว แต่นักลงทุนยังเห็นว่าไม่มีที่ไหนจะเข้าไปลงทุนได้อีก
"ตัวเลขที่ออกมาสะท้อนภาพว่าเอเซียไม่ได้รับผลกระทบ และน่าจะเป็นตัว drive เศรษฐกิจโลก" นักบริหารเงิน กล่าว
ส่วนความเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลหลักต่างประเทศ เงินเยนอยู่ที่ระดับ 84.37/41 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับ 84.45/50 เยน/ดอลลาร์ ขณะที่เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.2680/2682 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับ 1.2695/2697 ดอลลาร์/ยูโร
นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทมีโอกาสปรับตัวแข็งค่าได้อีก โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ 31.10-31.27 บาท/ดอลลาร์
คลังยันบาทแข็งไม่กระทบส่งออก
นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นวันนี้มาอยู่ที่ระดับ 31.27 ถึง 31.29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง แต่เมื่อดูภาพรวมค่าเงินทั้งภูมิภาค ยังมีบางประเทศที่ค่าเงินแข็งมากกว่าไทย และบางประเทศแข็งน้อยกว่าไทย ทำให้ยังไม่กระทบกับการแข่งขันการส่งออกของไทยมากนัก
สำหรับเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศสูง เป็นเพราะเศรษฐกิจทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียมีการขยายตัวดีตั้งแต่ 6-10% ต่อปี ขณะที่เศรษฐกิจในยุโรปขยายตัวได้ 3% ต่อปี และในสหรัฐอเมริกา 2.5% ต่อปี ทำให้นักลงทุนต่างประเทศสนใจนำเงินมาลงทุนในภูมิภาคเอเชียที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่า
ขณะที่อัตราเงินทั่วไปเฟ้อเดือน ส.ค. 2553 ที่ระดับ 3.3% ต่อปี และเงินเฟ้อ 8 เดือนของปี อยู่ที่ 3.5% ต่อปี ถือว่ายังไม่สูงมาก เพราะการเพิ่มขึ้นมาจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น หากคิดเป็นเงินเฟ้อพื้นฐานที่ตัดราคาสินค้าเกษตร และน้ำมันออกไป ยังอยู่ในกรอบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ 0.5-3.5% ต่อปี
ธปท.เตรียมมาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้า
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าว ยอมรับว่าช่วงนี้เงินบาทแข็งค่าเร็วไปบ้าง เดิมแข็งค่าประมาณ 3.5% แต่พอมามิ.ย.แข็งขึ้นประมาณ 6.4% เพราะก่อนหน้านี้ไทยมีปัญหาภายใน เลยมาแข็งช่วงหลัง ทำให้ตอนนี้แข็งเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาครองจากมาเลเซีย
แต่การแข็งค่าเป็นไปตามพื้นฐานเศรษฐกิจด้วย ไม่ใช่แข็งจากเงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะที่ไหนมีโอกาสเติบโตดี เงินทุนย่อมเลือกมาหาผลตอบแทนที่ดีกว่าอยู่แล้ว ภาวะนี้เป็นกันทั้งภูมิภาค ไม่ใช่เฉพาะไทย
นางธาริษา เปิดเผยว่า ในการดูแลเงินทุนไหลเข้าธปท.มีมาตรการที่เหมาะสมไว้รับมือออยู่แล้ว เช่น มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น 30% (URR) ที่เคยใช้ก่อนหน้านี้ หรืออีกหลายๆมาตรการก็มีการศึกษาอยู่ เพียงแต่ยังไม่บอกว่าจะเอาใช้เมื่อไรต้องพิจารณาให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นและอ่อนค่าลง ตามภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ นักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินควรมีการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้ด้วย







