
หุ้นไทยสดใส ระวังไตรมาสแรก
โดย...จิตรา อมรธรรม
โดย...จิตรา อมรธรรม
FSS มองภาพรวมทั้งปีของการลงทุนในตลาดหุ้นปีไก่เป็นปีที่สดใส แต่เต็มไปด้วยความผันผวนที่แปลกใหม่ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการที่โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี การที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันโอเปกและนอกโอเปกเจรจาตกลงกันได้ในการลดกำลังการผลิต เหตุการณ์เบร็กซิตของอังกฤษ ในบ้านเราเองสิ้นปีนี้จะมีการเลือกตั้ง (ตามโรดแมป) ในระหว่างปีจะมีการประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าหลากสี
Trumponomics
นโยบายสุดขั้วของนายทรัมป์เป็นสิ่งที่ต้องนำมาประเมินเพราะมีผลกระทบราคาสินทรัพย์ต่างๆ การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา เพิ่มการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ปลดล็อกลดกฎระเบียบการควบคุมทางการเงิน เพื่อมุ่งหวังให้ America Great Again ทำให้ราคาโภคภัณฑ์หลายประเภทมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น เพราะชาวอเมริกันเป็นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายรายใหญ่ของโภคภัณฑ์แทบทุกประเภท อัตราเงินเฟ้อกำลังเร่งตัวขึ้น ซึ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตอบรับด้วยการขึ้นดอกเบี้ยในจังหวะที่เร่งขึ้นด้วยเช่นกันจากเดิม 2 ครั้งในปีนี้ เป็น 3 ครั้ง หรือ 0.75% ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่มีแนวโน้มแข็งค่าอยู่แล้ว ยิ่งแข็งค่าขึ้นอีกเมื่อเฟดเร่งจังหวะขึ้นดอกเบี้ย
ปรับฐานในช่วงต้นปี
ตั้งแต่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานไปแล้ว เม็ดเงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ เข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐ เงินเหรียญสหรัฐ และโภคภัณฑ์ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐขณะนี้ตอบรับความคาดหวังในเชิงบวกของ Trumponomics ไปแล้ว หากทรัมป์ทำไม่ได้ตามสัญญา ซึ่งมีโอกาสสูงมาก เม็ดเงินจะไหลกลับสู่ตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะในเอเชียที่มูลค่าถูกลงแล้ว แต่เชื่อว่าจะยังไม่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกที่ตลาดรอดูผลงานของทรัมป์และยังให้ความสำคัญกับตลาดหุ้นสหรัฐ (และญี่ปุ่นที่ได้อานิสงส์จากเงินเยนอ่อน) ขณะเดียวกันตั้งแต่กลางเดือน ม.ค.-ก.พ. จะเป็นช่วงที่นักวิเคราะห์ประมาณการผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสำหรับไตรมาส 4/2559 ซึ่งยังไม่ใช่ไตรมาสที่ดีเสียทีเดียว
ไม่น่ากังวลกับดอกเบี้ยเฟด
FSS คาดว่าเฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะได้เห็นตัวเลขอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาสแรกในเดือน มิ.ย.นี้ก่อน และเป็นไปได้ว่าอาจขึ้นเพียง 2 ครั้ง ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไปจึงน่าจะผ่อนคลายมากขึ้น และมีจังหวะที่เงินบาทกลับมาแข็งค่าเพราะกระแสเงินทุนที่ไหลกลับ
ปี 2560 เป็นปีแห่งการลือกตั้งโดยเฉพาะในยุโรป นอกเหนือจากในเนเธอร์แลนด์ (มี.ค.) ฝรั่งเศส (เม.ย.) และเยอรมนี (ต.ค.) ยังมีอีกหลายประเทศในยุโรป กระแสการออกจากสหภาพยุโรปซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จะรบกวนการลงทุนในตลาดเป็นระยะ แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะไม่ใช่เรื่องใหม่ ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปยังเปราะบางทำให้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเงิน (คิวอี) เป็นสิ่งจำเป็นและเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้น นอกจากนี้ จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าเกาะฮ่องกง ซึ่งอาจมีผลไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและฮ่องกง
เป้าดัชนีปีนี้ 1,650 จุด
FSS ประเมินเป้าของดัชนีในปีนี้ที่ 1,650 จุด อิงการเติบโตของกำไร 12% และสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 15.5 เท่า ดัชนีตลาดมีโอกาสขึ้นเพียง 5% น้อยเกินไปสำหรับการซื้อเพื่อถือลงทุน นักลงทุนน่าจะรอจังหวะพักฐานในช่วงไตรมาสแรกนี้จึงค่อยซื้อเพิ่ม กลุ่มที่น่าสนใจคือกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ไฟแนนซ์ ค้าปลีก เกษตร-อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ หุ้นเด่นที่ FSS แนะนำสำหรับการลงทุน ได้แก่ BEM CK FN GFPT LIT ORI TISCO TU







