
สก๊อตผนึกดีเคเอสเอช
เพิ่มช่องทางกระจายสินค้า หวังดันรายได้โต30% เร่งบุกนอก
เพิ่มช่องทางกระจายสินค้า หวังดันรายได้โต30% เร่งบุกนอก
โพสต์ทูเดย์ - สก๊อต ผนึก ดีเคเอสเอช ขยายตลาด-กระจายสินค้า หวังดันรายได้โต 30% พร้อมเปิดแผนรุกต่างประเทศ หวังโต 2 เท่าใน 2-3 ปี
นายสมโภช ชวาลเวชกุล กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทสก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย)ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพและความงาม “สก๊อต” เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) เป็นผู้ดูแลด้านการขยายตลาดและกระจายสินค้าสู่ร้านค้าทั่วไป (เทรดดิชั่นนอลเทรด) ในประเทศไทย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้ผลิตและทำการตลาดกระจายสินค้าด้วยตัวเองทั้งช่องทางร้านค้าทั่วไปและโมเดิร์นเทรด ซึ่งมีจำนวน 1 หมื่นร้านค้า ขณะที่ดีเคเอสเอช มีเครือข่ายช่องทางจำหน่ายครอบคลุม 1 แสนร้านค้า ซึ่งจะทำให้สามารถขยายช่องทางจำหน่ายของสก๊อตให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เชื่อมั่นว่าจะส่งผลให้ซุปไก่สกัดมียอดขายขยายตัวอย่างมาก
นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นการทำการตลาดเพิ่มขึ้นด้วย โดยตั้งเป้ารายได้รวมอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท หรือเติบโตไม่น้อยกว่า 30% จากปี 2559 ที่มีรายได้อยู่ที่ 3,300 ล้านบาท ซึ่งเติบโตเพียง 6% จากปีก่อนหน้า พร้อมทั้งใช้งบประมาณการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 600 ล้านบาท จากปี 2559 อยู่ที่ 450 ล้านบาท
“ภายใน 2-3 ปีจากนี้ บริษัทจะเติบโตเป็น 2 เท่า จากปี 2560 และสัดส่วนระหว่างเทรดดิชั่นนอลเทรดกับโมเดิร์นเทรดของบริษัท จะเปลี่ยนแปลงเป็น 50% ต่อ 50% จากปี 2559 อยู่ที่ 15% ต่อ 85% ตามลำดับ”
สำหรับภาพรวมตลาดเครื่องดื่มสกัดเพื่อสุขภาพและความงามปี 2560 คาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 17,410 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 15,710 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์รังนกของบริษัทปี 2560 อยู่ที่ 51% จากปีก่อน 45% และผลิตภัณฑ์ซุปไก่สกัด จะอยู่ที่ 15-20% จากปีก่อน 10%
ขณะเดียวกัน จากความแข็งแกร่งในการกระจายสินค้าของดีเคเอสเอชในต่างประเทศ บริษัทจึงมองการขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศในปี 2561 เริ่มต้นจากกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี และขยายไปยังฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และมาเลเซีย ในอนาคต
นายสมโภช กล่าวต่อว่า ปัจจุบันตลาดซุปไก่สกัดในประเทศไทยแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค โดยมีมูลค่าตลาด 1.5-1.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ประเทศอื่นๆ มีมูลค่าตลาดประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท และแม้ตลาดในประเทศบริษัทจะมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 แต่ในต่างประเทศเชื่อว่าจะสามารถเป็นอันดับ 1 ได้







