
จ่อตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ลดผลกระทบประชาชน
พลังงานจ่อตรึงราคาก๊าซหุงต้มเดือน ม.ค. แม้ทิศทางตลาดโลกขยับหวั่นกระทบภาคประชาชน
พลังงานจ่อตรึงราคาก๊าซหุงต้มเดือน ม.ค. แม้ทิศทางตลาดโลกขยับหวั่นกระทบภาคประชาชน
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 9 ม.ค.นี้ จะมีการพิจารณาโครงสร้างราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เดือน ม.ค. ซึ่งจะพยายามพิจารณาราคาไม่ให้ปรับขึ้นมากเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแนวโน้มราคาน้ำมันปี 2560 มีทิศทางปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก ที่คาดว่าน้ำมันดิบเฉลี่ยจะอยู่ที่ 50-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งจะมีผลให้ราคาแอลพีจีตลาดโลกขยับขึ้นตามแต่จะพยายามใช้กลไกเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนบัญชีแอลพีจีเข้ามาดูแลราคาแอลพีจี ขณะเดียวกันอยากให้ภาคประชาชนค่อยๆ รับทราบว่า ในระยะต่อไปถ้าราคาตลาดโลกปรับขึ้นจะต้องปรับขึ้นตามบ้าง โดยราคาแอลพีจีขายปลีกเดือน ธ.ค. 2559 อยู่ที่ 20.29 บาท/กิโลกรัม
นอกจากนี้ ได้มอบให้นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปรับรายละเอียดของยุทธศาสตร์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายในเรื่องของการดูแลความมั่นคงพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการ ดูแลราคาให้เป็นธรรม เน้นรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับปัจจุบัน ซึ่งเครื่องมือที่จะนำมาปรับแผนยุทธศาสตร์ส่วนหนึ่งคือการปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015) โดยต้องพิจารณาว่าสอดคล้องกับปัจจุบันหรือไม่คงจะต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้งโดยเตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาการกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบัน พร้อมกระจายการผลิตไฟฟ้าไปยังเชื้อเพลิงหลากหลายประเภท เพื่อลดความเสี่ยงความไม่มั่นคงด้านพลังงาน
สำหรับความคืบหน้าการยกร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. ... และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ... นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณารายละเอียดของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรอความเห็นจากกระทรวงการคลัง หากมีมติเห็นชอบก็สามารถดำเนินการได้ทันที เชื่อว่าไม่น่าจะมีการปรับแก้อีกครั้งจนทำให้การพิจารณาล่าช้าออกไปกว่านี้ โดยคาดว่าการพิจารณากฎหมายจะแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้
“ยืนยันการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินยังคงมีตามแผน เพียงแต่เลื่อนกำหนดการต่างๆ เท่านั้น และไม่กระทบต่อปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศ โดยล่าสุดมีปริมาณอยู่ที่ 30% สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 15%” พล.อ.อนันตพร กล่าว







