
ต่อสัญญาPVDกรุงไทย4หมื่นล.
“กรุงไทย” ยังเหนียวรักษาลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพทีโอที-การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค-ไปรษณีย์ไทย ต่อสัญญาบริหารเฉียด 4 หมื่นล้าน
“กรุงไทย” ยังเหนียวรักษาลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพทีโอที-การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค-ไปรษณีย์ไทย ต่อสัญญาบริหารเฉียด 4 หมื่นล้าน
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ 3 แห่ง ได้ต่อสัญญาบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับ บลจ.กรุงไทย มูลค่ารวม 3.98 หมื่นล้านบาท ได้แก่ บริษัท ทีโอที มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หนึ่งในผู้บริหารกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ มูลค่า 13,641 ล้านบาท และบริษัท ไปรษณีย์ไทย หนึ่งในผู้บริหารกองทุน มูลค่า 13,184 ล้านบาท
นอกจากนี้ นางชวินดา ยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2560 บริษัทสามารถรับโอนเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ไปยังกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ได้แล้ว
บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 121 (KTFF121) เสนอขายตั้งแต่วันนี้-วันที่ 9 ม.ค. 2560 อายุ 3 เดือน เน้นลงทุนตราสารหนี้ในต่างประเทศประเภทเงินฝากประจำ คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสุทธิ 1.55% ต่อปี
นางชวินดา กล่าวว่า แนวโน้มอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศ มีการปรับตัวสูงขึ้นทุกช่วงอายุ จากความต้องการซื้อตราสารหนี้ของนักลงทุน หลังจากการประมูลพันธบัตรรัฐบาลรุ่น 50 ปี ที่ออกมาไม่ดีนัก ประกอบกับ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี ตามที่คาดการณ์กันไว้ และคงอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ไว้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา คือ อยู่ที่ประมาณ 3.2%
ขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลงเกือบทุกช่วงอายุ หลังจากนักลงทุนเริ่มกลับมาซื้ออีกครั้ง เนื่องจากราคาเริ่มกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
ปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทิศทางของการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนระหว่างประเทศ และการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ







