
ยกสศช.เทียบเท่ากระทรวง
“สุวิทย์” ดัน สศช.เทียบชั้นกระทรวง ดูแลนโยบายด้านอนาคต มอร์นิเตอร์สถานการณ์โลก
“สุวิทย์” ดัน สศช.เทียบชั้นกระทรวง ดูแลนโยบายด้านอนาคต มอร์นิเตอร์สถานการณ์โลก
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนโยบายปรับบทบาทสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้รองรับภารกิจการพัฒนาประเทศในอนาคต รวมทั้งการขับเคลื่อนแผนระดับชาติ ทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเร็วๆ นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปให้นโยบาย สศช.ต่อไป
ทั้งนี้ ในระยะต่อไปอาจต้องหารือกันถึงแผนการยกเป็นหน่วยงานเฉพาะที่ทำหน้าที่ในการวางแผนอนาคต (Future Planning Unit) หรือไม่ ซึ่งในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วมีกระทรวงหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในส่วนนี้อยู่หลายประเทศ เช่น ในประเทศสวีเดนมีกระทรวงอนาคตที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตสีเขียว การสร้างงาน และการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่ในประเทศฝรั่งเศสมีการจัดตั้งกระทรวงแห่งอนาคตเช่นกัน ส่วนประเทศเกาหลีใต้ก็มีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการวางแผนอนาคต ซึ่งทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ที่ต้องมีหน่วยงานขึ้นมาดูประเด็นอนาคต เพราะการพัฒนาประเทศจะมีความท้าทายและมีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาชนบท แต่ต้องมีการจัดเตรียมแผนการพัฒนาของเมือง ที่มีความชัดเจนเพราะในอนาคตนอกจากเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่มีการเติบโต นโยบายการพัฒนาภูมิภาคและชนบทจะทำให้เกิดเมืองขนาดใหญ่ และเมืองที่ต้องการการพัฒนาให้มีความทันสมัยเป็น Smart City ที่สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล
นอกจากนี้ หน่วยงานดังกล่าวจะต้องมีความลึก สามารถตอบโจทย์สามารถวิเคราะห์ได้ว่าความผันผวนของสิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างไรต่อประเทศ เช่น ประเด็นของการเอาหุ่นยนต์มาทำงานแทนคน หรือเรื่องของโอโตโมชั่น เป็นประเด็นที่หลายประเทศพูดกันมาเมื่อ 5-10 ปีที่แล้วแต่เราไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจน ซึ่งกระแสการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกแบบนี้ต้องมีหน่วยงานที่ติดตาม วิเคราะห์ และนำไปสู่การวางแผนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ัทั้งนี้ สศช.จำเป็นต้องมีความเชื่อมโยงกับประเด็นการพัฒนาในระดับโลกเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมา สศช.สามารถเชื่อมโยงกับภูมิภาคในระดับอาเซียนและอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง (GMS) ได้เป็นอย่างดี แต่ในอนาคตการพัฒนาจะมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและต้องเชื่อมโยงกับประชาคมโลกมากขึ้น
“บทบาทในการทำงานของ สศช.นอกจากขับเคลื่อนแผนพัฒนาในประเทศแล้ว จะต้องสร้างเครือข่ายการพัฒนาที่เชื่อมโยงในระดับโลกให้มากขึ้นด้วย นอกจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบองค์กรในอนาคตก็ต้องมาหารือร่วมกันว่าจะทำอย่างไรให้ได้คนเก่ง มีประสบการณ์ และมีความสามารถมาทำงานในองค์กร รวมทั้งเข้ามานั่งในบอร์ดบริหารของ สศช.มากขึ้น เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในทุกๆด้าน ” นายสุวิทย์ กล่าว







