posttoday
พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เดินหน้าดิจิทัลไทยแลนด์

พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เดินหน้าดิจิทัลไทยแลนด์

05 มกราคม 2560

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

เป็นที่จับตามาตลอดหลายเดือน ว่าเจ้ากระทรวงใหม่ อย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะเป็นใคร เพราะถือเป็นกระทรวงหลักที่จะขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล

ผู้ถูกเลือก คือ พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าต้องเป็นคนนี้ เพราะรู้เรื่องดีที่สุด และสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์มาแล้วหลายโครงการ โดยเฉพาะ “สตาร์ทอัพไทยแลนด์”

พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า การเข้ามารับตำแหน่ง รมว.ดีอี คนแรก แม้จะเป็นกระทรวงน้องใหม่ แต่เป็นกระทรวงที่มีขนาดใหญ่ และมีความสำคัญอย่างมาก มีภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้เทคโนโลยีการสื่อสารมีผลประโยชน์ต่อประชาคมโลกมากที่สุด และต้องทำให้เกิดการปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“การเข้ามารับตำแหน่ง รมว.ดีอี ในครั้งนี้ เรื่องสำคัญที่จะเร่งทำ ทั้งทำให้ทุกคนในกระทรวงดีอี ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว มีความเป็นปึกแผ่น และลดความซ้ำซ้อน การรวมเป็นหนึ่งเดียวมีความสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งของกระทรวงในระยะยาว หลังจากนี้มีแผนไปเยี่ยมเยียนหน่วยงานในสังกัดรวม 10 หน่วยงาน เพื่อหารือแนวทางการร่วมสร้าง พัฒนา และดำเนินตามนโยบายร่วมกัน หากทุกหน่วยงานในกระทรวงสามารถทำงานได้ จะเอื้ออำนวยต่อประเทศได้อย่างมหาศาล ซึ่งผมมีเวลา 12 เดือน ที่จะทำให้เห็นเป็นรูปธรรมในปีนี้” พิเชฐ กล่าว

นอกจากนี้ จะมุ่งทำให้ประเทศไทยก้าวสู่เกตเวย์ของภูมิภาคนี้ ต้องวางโครงสร้างพื้นฐานเกตเวย์เชื่อมโยงกับภูมิภาคอาเซียน ประเทศในซีแอลเอ็มวี การเชื่อมโยงกับเอเชียตะวันออก และเชื่อมโยงมหาสมุทรทั้งสองด้าน รวมทั้งจะมุ่งสร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อสร้างแพลตฟอร์มพื้นฐานโครงสร้างของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เพราะทำให้โครงสร้างของประเทศก้าวหน้าด้วยระบบดิจิทัล

สำหรับการวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ มีเป้าหมายเพื่อทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด ทั้งการเชื่อมต่อกับต่างประเทศ การรับข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้ รวมถึงภาคธุรกิจ เพื่อให้สามารถทำธุรกิจส่งออกสินค้า โดยกระทรวงมีแผนจะร่วมมือพัฒนากับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงของหน่วยงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น จะเป็นผลดีต่อประชาชนและประเทศอย่างมาก

ขณะที่การผลักดันดิจิทัลไทยแลนด์ ซึ่งจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศไทย 4.0 โดยแผนดำเนินการแรกของดิจิทัลไทยแลนด์ คือ การจัดทำอินเทอร์เน็ตชุมชน เพื่อสร้างให้เกิดเครือข่ายคอมมูนิตี้ ส่งผลดีต่อประชาชนได้เข้าถึงบริการ และได้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อทำให้ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์และมีความเท่าเทียมกัน

ทั้งนี้ ตามแผนของกระทรวง การจัดทำดิจิทัลชุมชน อินเทอร์เน็ตหมู่บ้านความเร็วสูง จำนวน 7.9 หมื่นหมู่บ้าน ในขณะนี้หมู่บ้านในประเทศ 50% มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแล้ว ส่วนอีก 50% อยู่ระหว่างดำเนินการให้แล้วเสร็จ ส่วนที่เหลือจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงดีอีที่จะติดตั้งอีก 2.47 หมื่นหมู่บ้าน ทำร่วมกับบริษัท ทีโอที ส่วนอีก 1.5 หมื่นหมู่บ้านเป็นการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดว่าโครงการนี้ทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 2560

“การทำให้คนเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ ก็จะต้องมุ่งสร้างคอนเทนต์ สร้างความรู้ให้แก่ประชาชนได้เข้าใจถึงการให้บริการต่างๆ ให้มากที่สุด อีกทั้งจะเร่งพัฒนาคนในกระทรวง รวมถึงการมีแผนที่จะดึงคนเก่ง ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเซ็กเตอร์มาทำงานร่วมกัน เพื่อทำให้มีคนที่ดีมาทำงานร่วมกัน ส่วนในอนาคตจะมีการแต่งตั้ง รมช.ดีอีหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาต่อไป แต่มีความเป็นไปได้สูง”

พิเชฐ กล่าวต่อว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.หลายฉบับของกระทรวงดีอีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ยังระบุไม่ได้ว่าจะแล้วเสร็จตามที่กำหนดหรือไม่ และกระทรวงพร้อมเปิดรับทุกความคิดเห็น ส่วนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... กระทรวงดีอี ยืนยันว่า เป็นร่าง พ.ร.บ.ที่ทำให้ประชาชนในประเทศได้รับประโยชน์ สังคมจะมีเครื่องมือในการดูแลประชาชนได้อย่างดี ซึ่งร่างดังกล่าว มีเนื้อหาที่ชัดเจนถึง 90%

อย่างไรก็ตาม ยังมีเวลาอีก 120 วัน ก่อนที่จะมีการประกาศใช้เป็นกฎหมาย กระทรวงดีอีจึงมีแผนที่จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน ภาคสังคม ที่มีข้อสังสัย มาเปิดรับฟังความเห็น พร้อมแก้ไขต่อไป เพื่อให้เป็นกฎหมายที่ทำให้ทุกฝ่ายในสังคมยอมรับมากที่สุด และย้ำว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่อง ซิงเกิ้ล เกตเวย์ ประชาชนสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลเรื่องเจ้าหน้าที่เข้ามาดูข้อมูล รวมทั้งได้ตัดข้อที่มีปัญหา คือ มาตรา 14 (1) ที่มีข้อห่วงใยว่าการใช้อำนาจรัฐจะไปกระทบสิทธิของประชาชนออกไปแล้ว

“กระทรวงดีอีเป็นกระทรวงใหญ่ และผมได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน ขอให้ทุกคนมั่นใจว่า ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ และใช้สิ่งที่มีอยู่ ทรัพยากร ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ทำให้ทุกคนมาร่วมทำงานด้วยกัน ส่วนไหนอ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง ก็ปรับปรุงพัฒนาต่อไป” พิเชฐ กล่าว

สุดท้าย ในช่วงกลางปี 2560 นี้ กระทรวงมีแผนจะจัดงาน ไทยแลนด์ดิจิทัล บิ๊กแบงก์ ในช่วงกลางปี 2560 เพื่อผลักดันนโยบายดิจิทัลไทยแลนด์ของประเทศไทย เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจดิจิทัลไทยแลนด์ และทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีความรู้ถึงการขับเคลื่อนดิจิทัลไทยแลนด์ของประเทศไทย ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จะเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนและอาเซียนบวกสามประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท