
บีเอ็มฯเล็งผลิตสองล้อในไทย
โพสต์ทูเดย์
— บีเอ็มดับเบิลยูเจรจาบริษัทแม่ ขอเปิดไลน์ผลิตมอเตอร์ราดในไทย หวังผลิต 500 คันต่อปี ส่งออกในภูมิภาคอาเซียนนายมิคาเอล คอร์ดิส ประธานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทแม่เพื่อขอขึ้นไลน์การผลิตรถจักรยานยนต์มอเตอร์ราดในประเทศไทย โดยอยู่ในขั้นตอนของการเริ่มต้นและจัดหารุ่นที่เหมาะสม ขณะที่โรงงานสามารถขึ้นไลน์ผลิตได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่บริษัทแม่จะอนุมัติ เนื่องจากมองในแง่ของความคุ้มค่าในการผลิต ต้องมียอดการผลิตไม่น้อยกว่า 500 คันต่อรุ่นต่อปี ขณะที่ตลาดประเทศไทยมียอดจำหน่ายรวมทุกรุ่น 200300 คันเท่านั้น จึงต้องมองหาตลาดส่งออกในภูมิภาคอาเซียนมาเสริม
ทั้งนี้ ตลาดในอาเซียนก็ไม่ได้แตกต่างจากประเทศไทยมากนัก โดยในตลาดมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซีย มียอดขายทุกรุ่นรวมกันปีละ 200300 คันเท่านั้น ทำให้ต้องหารุ่นที่เหมาะสมเพื่อนำมาผลิตและส่งออกในภูมิภาคนี้ หากทำได้ก็จะมีการผลิตรถมอเตอร์ราดในประเทศไทยอย่างแน่นอน
“
เรากำลังเจรจากับบริษัทแม่ถึงความเป็นไปได้ เนื่องจากตลาดแต่ละประเทศมีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงต้องศึกษาถึงความคุ้มค่าในการเปิดไลน์ผลิต รวมถึงต้องใช้ชิ้นส่วนให้ถึง 40% เพื่อสามารถส่งออกในเขตการค้าเสรีอาเซียนได้ซึ่งเราไม่ได้กำหนดระยะเวลาสำหรับโครงการนี้แต่อย่างใด” นายคอร์ดิส กล่าวสำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยนั้น มั่นใจว่าบีเอ็มดับเบิลยูเดินมาถูกทางแล้ว เห็นได้จากการเติบโตของบีเอ็มดับเบิลยู 51% และมินิ 29% ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ทำให้มียอดจำหน่ายรถยนต์ใกล้เคียงกับคู่แข่งมากขึ้น จึงต้องเร่งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า
นายคอร์ดิส กล่าวว่า เป้าหมายในการขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูหราของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทยยังชัดเจน แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ทั้งเรื่องของการเร่งหาสินค้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งต้องรวดเร็วมากขึ้น อย่างบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ ก็ได้เปิดตัวเร็วขึ้นจากแผนงานเดิมถึง 3 เดือน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ก็คือพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละเจเนอเรชันที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่นับวันกลุ่มลูกค้าเดิมๆ ก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ และกลุ่มลูกค้าใหม่ก็จะเข้ามาทดแทน ซึ่งบริษัทก็มีแผนที่จะจับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพื่อสร้างยอดจำหน่ายในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอนาคตอย่างแน่นอน







