posttoday
ดาต้าเซ็นเตอร์ ปรับรับจุดเปลี่ยน

ดาต้าเซ็นเตอร์ ปรับรับจุดเปลี่ยน

05 มกราคม 2560

โดย...ทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย นูทานิกซ์

โดย...ทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย นูทานิกซ์

ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์แบบดั้งเดิมกำลังเดินมาสู่ทิศทางการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ โดยจะมาพร้อมๆ กับความเชื่อมโยงของทั้งเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริหารไอทีของทุกๆ องค์กรจะต้องนำมาปรับใช้ โดยดาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2560 จะเป็นเรื่องของเวิร์กโหลดระบบเวอร์ชวลไล เซชั่น การใช้งานระบบแบบดั้งเดิมที่ต้องเสาะหาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับปริมาณข้อมูลที่มากขึ้นเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด

นอกจากนี้ ความนิยมใช้พับลิกคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลก็เป็นความท้าทายใหญ่หลวงสร้างแรงกดดันให้ฝ่ายไอทีขององค์กร เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเติบโตของบิ๊กดาต้า อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีอื่นๆ เป็นสิ่งจำเป็นต่ออนาคตของธุรกิจที่จะเข้าสู่ระบบดิจิทัล

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในปี 2560 คือการเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานและการประมวลผล ไปให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความสมดุลของสตอเรจ ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยบิ๊กดาต้าแอพพลิเคชั่น และเหล่าเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่เริ่มเกิดขึ้นแล้วอย่างมากมายในปีที่ผ่านมา

ในส่วนของฮาร์ดแวร์ การเปลี่ยน แปลงดังกล่าวจะเป็นตัวเร่งกระบวนการก้าวสู่การใช้เทคโนโลยีสตอเรจแบบแฟลช องค์กรจะใช้งานสถาปัตยกรรมที่เป็นออล-แฟลช เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดความซับซ้อนของไซโลต่างๆ ในปี 2560 เราจะได้เห็นเวนเดอร์ต่างๆ ปล่อยเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างมากมาย เช่น NVMe และ 3D XPoint ที่สามารถส่งข้อมูลในระดับความเร็วเหมือนกับ DRAM แต่ใช้เทคโนโลยีแฟลชซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า

การพัฒนาต่างๆ ที่กล่าวมานี้ยังต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าจะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แต่จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวให้กับสตอเรจอย่างแน่นอน และยังลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอีกด้วย ทั้งยังช่วยผู้ประกอบการให้สามารถมองหาตัวอย่างการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับสตอเรจเพื่อช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาโซลูชั่นด้านสตอเรจรุ่นใหม่ๆ ให้ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น

หนึ่งในผลกระทบจากการเปลี่ยน แปลงนี้ คือ Storage Area Network (SAN) เนื่องมาจากการเติบโตของเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งมีเสถียรภาพ และรองรับการขยายตัวที่ดีกว่า ทำให้มีตัวเลือกมากขึ้น การยอมรับและความเข้าใจถึงประโยชน์ของการวิเคราะห์ข้อมูลที่อยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มมากขึ้น จะทำให้ได้เห็นเครื่องมือใหม่ๆ ที่ใช้ในการเพิ่มสมดุลให้กับการประมวลผลและเวิร์กโหลดต่างๆ ในสตอเรจ รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการกระบวนการทำงานข้ามแพลตฟอร์มหลายๆ แพลตฟอร์มได้โดยอัตโนมัติ

การที่ไอทีองค์กรจำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มที่ผสมผสานมากขึ้นรวมถึงพับลิกคลาวด์ ทำให้บางคนคิดว่านี่เป็นสัญญาณถึงการสิ้นสุดของดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ติดตั้งอยู่ แต่ถึงกระนั้นก็มีความเป็นไปได้น้อยที่องค์กรหนึ่งๆ จะอำลาดาต้าเซ็นเตอร์แบบเก่าโดยไม่มีการต่อสู้ดิ้นรน จึงมีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะมีการนำเทคโนโลยีแบบไฮบริดมาใช้ ซึ่งไฮบริดจะไม่เพียงเป็นเทคโนโลยีที่มาแรงและแพร่หลายตลอดปี 2560 เท่านั้น แต่จะกลายเป็นมาตรฐานที่ได้รับความนิยมใช้กับไอทีองค์กรไปอีกยาวไกล

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชั่นได้รับความนิยมในการนำไปใช้บริหารจัดการทรัพยากรการประมวลผลอย่างมาก และกำลังถูกนำไปใช้กับสตอเรจและระบบเครือข่าย ในปี 2560 ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆ จะเติบโตสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว และจะเป็นปีแห่งดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท