
ยอดสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์อืด
ธปท.เผย 2 ปีนาโนไฟแนนซ์มียอดให้เพียง 1,059 ล้าน เฉลี่ยให้กู้รายละ 2 หมื่น
ธปท.เผย 2 ปีนาโนไฟแนนซ์มียอดให้เพียง 1,059 ล้าน เฉลี่ยให้กู้รายละ 2 หมื่น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) ในเดือน ต.ค. 2559 ว่า มีจำนวนบัญชีผู้ใช้สินเชื่อรวม 4.24 หมื่นบัญชี เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มี 4,134 บัญชี เพิ่มขึ้น 3.83 หมื่นบัญชี หรือ 926% ยอดสินเชื่อคงค้างรวม 1,059 ล้านบาท เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนมียอดสินเชื่อ 74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 985 ล้านบาท หรือ 1,331% เฉลี่ยแล้วได้กู้ประมาณ 2 หมื่นบาท/ราย แม้อัตราการโตจะสูง แต่ยอดสินเชื่อรวมยังต่ำ ทั้งที่โครงการดำเนินมา 2 ปีแล้ว
อย่างไรก็ดี หากเทียบกับเดือนก่อนหน้าจำนวนบัญชีรวมเพิ่ม 6,025 บัญชี หรือ 16.55% จาก 4,134 บัญชี เป็น 4.24 หมื่นบัญชี มียอดสินเชื่อคงค้างเพิ่ม 166 ล้านบาท หรือ 18.59% จาก 893 ล้านบาท เป็น 1,059 ล้านบาท
ด้านจำนวนผู้ประกอบธุรกิจนาโนไฟแนนซ์มีทั้งสิ้น 22 ราย เพิ่มจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 5 ราย แม้กระทรวงการคลังจะเชิญชวนนักลงทุนที่สนใจมาลงทะเบียนให้กู้กับ ธปท.ได้ไม่จำกัด หากมีคุณสมบัติตามที่กำหนด คือ มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท สามารถให้กู้ต่อรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท คิดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 36% แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากนัก
สำหรับนาโนไฟแนนซ์กระทรวงการคลังต้องการให้เป็นที่พึ่งของคนที่ยังกู้เงินนอกระบบที่มีอยู่ประมาณ 5.8 แสนครัวเรือน รวมถึงกลุ่มคนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์อีกประมาณ 1.3 ล้านครัวเรือน ได้ใช้เป็นช่องทางกู้เงินดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบ เพื่อบรรเทาภาระหนี้และมีเงินก้อนไปสร้างอาชีพได้ แต่จากวงเงินที่ให้กู้เฉลี่ยที่ 2 หมื่นบาท/รายแล้ว น่าจะสร้างอาชีพได้ลำบาก
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนอกจากนาโนไฟแนนซ์แล้ว รัฐบาลยังพยายามเพิ่มบริการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) โดยขณะนี้มีเจ้าหนี้นอกระบบมายื่นขอประกอบธุรกิจแล้ว 9 ราย ในพื้นที่ จ.อุดรธานี ร้อยเอ็ด พิษณุโลก พิจิตร และกำแพงเพชร ซึ่งมี 5 รายผ่านการพิจารณาแล้ว อีก 4 รายอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสาร







