posttoday
คิกออฟแผนลงทุนปี’60 เชื่อมเมือง เชื่อมอาเซียน

คิกออฟแผนลงทุนปี’60 เชื่อมเมือง เชื่อมอาเซียน

04 มกราคม 2560

โดย...ทศพล หงษ์ทอง

โดย...ทศพล หงษ์ทอง

ปี 2560 จะเป็นอีกปีทองของการลงทุนภาครัฐ โดยกระทรวงคมนาคมดำเนินแผนปฏิบัติการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง (แอ็กชั่นแพลน) ระยะเร่งด่วนปี 2559 และ 2560 รวม 36 โครงการ คิดเป็นวงเงินลงทุนเกือบ 9 แสนล้านบาท

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า โครงการแอ็กชั่นแพลนปี 2560 ระยะที่ 2 ของกระทรวงคมนาคม ประกอบไปด้วยโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบราง ถนน ทางน้ำ และอากาศ รวม 36 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 895,757.55 ล้านบาท

ทั้งนี้ เน้นลงทุนระบบรางรวม 18 เส้นทาง วงเงิน 656,403 ล้านบาท คิดเป็น 73.28% ของงบประมาณลงทุนทั้งหมด เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำระบบขนส่งทางรางของชาติอาเซียน ตามด้วยการลงทุนถนนมอเตอร์เวย์ และทางด่วน 5 เส้นทาง วงเงิน 167,222 ล้านบาท คิดเป็น 18.67% ควบคู่กับโครงการพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำและทางอากาศ 6 โครงการ วงเงิน 46,430 ล้านบาท คิดเป็น 5.25% ของงบลงทุนทั้งหมด และสุดท้ายโครงการยกระดับระบบขนส่งอีก 7 โครงการ แบ่งเป็นระดับภูมิภาค 5 โครงการ และเทคโนโลยีขนส่ง 2 โครงการคิดเป็น 2.8% ของวงเงินลงทุนทั้งหมด หรือ 25,100 ล้านบาท

“แอ็กชั่นแพลนปี 2560 จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้ 1% เฉพาะเม็ดเงินจากการเบิกจ่ายของกระทรวงคมนาคม คาดว่าจะอยู่ที่ 1.49 แสนล้านบาท หากรวมผลจากการก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่จะขยายตัวจากการเติบโตของพื้นที่เชิงพาณิชย์และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าจะทำให้จีดีพีปี 2560 ขยายตัวได้ราว 2% ขณะที่ปี 2561 จะเป็นปีที่เบิกจ่ายสูงสุดมากกว่าปี 2560 ถึง 2 เท่า หรือราว 3 แสนล้านบาท จะกระตุ้นจีดีพีให้ขยายตัวได้ 3-4% หากรวมการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ จะมีเงินลงทุน 4.5 แสนล้านบาท” รมว.คมนาคม ระบุ

สำหรับกลุ่มโครงการที่จะเปิดประกวดราคาในปี 2560 วงเงินลงทุนกว่า 7 แสนล้านบาท รวม 17 โครงการ เป็น 2 โครงการ ที่ดำเนินการต่อเนื่องในปี 2559 ประกอบไปด้วย โครงการไฮสปีดเทรน ช่วงกรุงเทพฯ-หัวหิน และไฮสปีดเทรนช่วงกรุงเทพฯ-ระยอง ขณะที่โครงการภายใต้แผนลงทุนปี 2560 ประกอบไปด้วย โครงการจัดซื้อรถโดยสารรถไฟฟ้าจำนวน 200 คัน และสถานีประจุไฟฟ้า, โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางแค-พุทธมณฑล สาย 4, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม สมุทรปราการ-บางปู, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม คูคต-ลำลูกกา รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมฯ, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ส่วนต่อขยายช่วงดอนเมือง-บางซื่อ-พญาไท, รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ขณะที่โครงการที่อยู่ในขั้นตอนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะกรรมการพีพีพี มีทั้งสิ้น 8 โครงการ วงเงิน 298,004.67 ล้านบาท ประกอบไปด้วย รถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงของ, ทางคู่ช่วงบ้านไผ่-นครพนม, รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ส่วนต่อขยาย ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช และตลิ่งชัน-ศาลายา, โครงการท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3, ทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ, ทางพิเศษสายกระทู้-
ป่าตอง, มอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ และศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม สุดท้ายเป็นกลุ่มโครงการที่เตรียมเสนอ ครม. รวมทั้งสิ้น 4 โครงการ วงเงิน 48,985.56 ล้านบาท ประกอบด้วย การพัฒนาท่าเรือเฟอร์รี่ตอนบน, มอเตอร์เวย์สายหาดใหญ่-ชายแดนไทยมาเลเซีย, พัฒนาขนส่งสินค้าภูมิภาค, พัฒนาสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค เป็นต้น

รถไฟฟ้าพัฒนาเมือง

สำหรับโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างด้านคมนาคมที่จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างมากที่สุด คือ โครงการรถไฟฟ้า หลังเปิดตัวรถไฟฟ้าสายสีม่วงในเดือน ส.ค. 2559 และคาดว่าจะเปิดทดลองใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ช่วงสถานีแบริ่ง-สำโรง ได้ช่วงต้นปี 2560 ก่อนเปิดให้บริการจริงในเดือน มี.ค. 2560 รวมทั้งการเปิดเดินรถ 1 สถานีของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนเชื่อมสถานีเตาปูน-บางซื่อ ช่วงเดือน ส.ค. และที่เปิดประมูลช่วงปลายปีที่ผ่านมา คือ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร วงเงิน 51,931 ล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วง
แคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร วงเงิน 53,519 ล้านบาท รวมทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)

ขณะที่โครงการลงทุนรถไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2560-2564 จะมีอีก 8 เส้นทาง เน้นการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนแบบพีพีพี และการระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานวงเงินลงทุนรวม 247,787 ล้านบาท เน้นเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งเชื่อมต่อชานเมืองเพื่อเปิดทำเลทองแห่งใหม่รอบเมือง ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางแค-พุทธมณฑล สาย 4 (21,197 ล้านบาท) รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม สมุทรปราการ-บางปู (12,146 ล้านบาท) รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม คูคต-ลำลูกกา (9,803 ล้านบาท) รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมฯ (123,354 ล้านบาท) รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ส่วนต่อขยายช่วงดอนเมือง-บางซื่อ-พญาไท (31,149 ล้านบาท) เชื่อม 2 สนามบิน “ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ” ในอนาคตจะขยายไปถึงสนามบินอู่ตะเภา รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต (7,596 ล้านบาท) รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนส่วนต่อขยาย ตลิ่งชัน-ศิริราชและตลิ่งชัน-ศาลายา (19,042 ล้านบาท) ตลอดจนโครงการนำร่องรถรางไฟฟ้า (แทรม) จ.ภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 60 กม. (23,499 ล้านบาท) ซึ่งสอดคล้องกับแผนศึกษาของ รฟม. ที่ต้องการพัฒนารถไฟฟ้าในหัวเมืองใหญ่อย่างภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น และนครราชสีมา

ระบบรางเชื่อมอาเซียน

ส่วนด้านรถไฟทางคู่ในแผนแอ็กชั่นแพลนปี 2560 มีทั้งสิ้น 10 โครงการ วงเงิน 408,616 ล้านบาท คิดเป็น 45.62% ของงบลงทุน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากแผนแอ็กชั่นแพลนปี 2559 และยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อเส้นทาง One Belt One Road ของจีนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการเชื่อมต่อการค้าการขนส่งลงสู่ตอนใต้ของประเทศเพื่อไปยังเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ อีกทั้งยังมีแผนพัฒนารถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรนตามแนวเส้นทางรถไฟทางคู่ดังกล่าว

ทั้งนี้ โครงการรถไฟทางคู่ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อเดือน พ.ย. 2559 ประกอบด้วย 1.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ (10,239 ล้านบาท) 2.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี (23,384 ล้านบาท) 3.ช่วงสุราษฎร์ธานี-สงขลา (51,823 ล้านบาท) 4.ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ (7,941 ล้านบาท) ควบคู่ไปกับผลักดันแผนรถไฟเชื่อมต่ออาเซียนอย่างโครงการรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ (76,978 ล้านบาท) และช่วงบ้านไผ่-นครพนม (60,351 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ยังมีโครงการต่อเนื่องจากปีก่อนอีกราว 4 โครงการ ได้แก่ 1.รถไฟทางคู่ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย (56,066 ล้านบาท) 2.รถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ (59,924 ล้านบาท) 3.รถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น-หนองคาย (26,065 ล้านบาท) 4.รถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี (35,839 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีงานระบบรางที่กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันอย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา วงเงิน 1.79 แสนล้านบาท และนครราชสีมา-หนองคาย รองรับการเชื่อมต่อรถไฟสายอาเซียนเส้นทางคุนหมิง-เวียงจันทน์ เชื่อมรถไฟความเร็วสูงหนองคาย-กรุงเทพฯ ก่อนเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงไปยังปาดังเบซาร์-มาเลเซีย-สิงคโปร์ โดยสถานีกลางบางซื่อในกรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางระบบคมนาคมขนส่ง
แห่งใหม่ของไทย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ