posttoday
ธกส.เปิดแผน 5 ปี สร้างเอสเอ็มอีภาคเกษตร

ธกส.เปิดแผน 5 ปี สร้างเอสเอ็มอีภาคเกษตร

04 มกราคม 2560

อภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า แผน 5 ปีของ ธ.ก.ส.ที่มีนโยบายมุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคเกษตร ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อให้ได้ 3 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี โดยจะพยายามหาเอสเอ็มอีภาคเกษตรที่เป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรที่ปลูกพืช หรือเอสเอ็มอีเกษตรที่ผลิตวัตถุดิบเพื่อนำมาผลิตสินค้าตามเป้าหมายของธนาคารที่ต้องการปล่อยสินเชื่อตามห่วงโซ่อุปทาน

อภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า แผน 5 ปีของ ธ.ก.ส.ที่มีนโยบายมุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคเกษตร ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อให้ได้ 3 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี โดยจะพยายามหาเอสเอ็มอีภาคเกษตรที่เป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรที่ปลูกพืช หรือเอสเอ็มอีเกษตรที่ผลิตวัตถุดิบเพื่อนำมาผลิตสินค้าตามเป้าหมายของธนาคารที่ต้องการปล่อยสินเชื่อตามห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับการปล่อยสินเชื่อตามโครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี ที่วางเป้าหมาย 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี วงเงินสินเชื่อ 7.2 หมื่นล้านบาทนั้น จากการประเมินศักยภาพและความพร้อมของเกษตรกร พบว่าตำบลทั้งประเทศราว 7,200 แห่ง มีตำบลที่ไม่มีความพร้อมเป็นเอสเอ็มอีจำนวนมาก โดยเอสเอ็มอีที่มีความพร้อมนั้นนอกจากจะสามารถผลิตสินค้าได้แล้ว จะต้องทำบัญชีและปิดบัญชีได้ด้วย ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงเสนอขอกระทรวงการคลังปรับลดเป้าหมายในปีบัญชี 2559 ที่จะสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2560 ลดวงเงินปล่อยสินเชื่อเหลือ 4 หมื่นล้านบาท จากนั้นในปีบัญชี 2560 จะเป็นปีที่ธนาคารเน้นการพัฒนาและยกระดับเอสเอ็มอีเกษตรที่ธนาคารปล่อยสินเชื่อไปให้มีความสามารถในการผลิต จำหน่ายและมีช่องทางการตลาดที่แน่นอนก่อน

“กรณีการปล่อยสินเชื่อให้กาแฟดอยช้าง ที่มีการผลิตสินค้าออกมาในหลายรูปแบบ ธนาคารสามารถเข้าไปปล่อยกู้เกษตรกรที่ปลูกกาแฟ พวกเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าส่งเป็นวัตถุดิบให้ดอยช้างได้อีกเป็นต้น” นายอภิรมย์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2560 ธ.ก.ส.จะเดินหน้ามาตรการบรรเทาภาระหนี้สินของเกษตรกรรายย่อย ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2559-31 มี.ค. 2561 เน้นช่วยคนที่มีหนี้สินไม่เกิน 3 แสนบาท จำนวน 2.89 ล้านราย มูลหนี้รวม 3.34 แสนล้านบาท แยกเป็น 3 โครงการ คือ 1.โครงการปลดเปลื้องหนี้สินให้เกษตรกรรายย่อยที่มีเหตุผิดปกติ เช่น เสียชีวิต พิการ ทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง ที่มีหนี้ค้างชำระหรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หากไม่มีหลักประกันและไม่มีทายาทรับช่วงการผลิตจะตัดเป็นหนี้สูญ คาดว่ามีเกษตรกรเข้าข่าย 5 หมื่นราย แต่กรณีมีหลักประกันและมีทายาทรับช่วงการผลิต ให้นำเงินต้น 50% มาปรับโครงสร้างหนี้ 5 ปี พักชำระต้นเงิน 2 ปีแรก คิดดอกเบี้ยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เอ็มอาร์อาร์ เท่ากับ 7% หากผ่อนชำระได้ตามกำหนด ลดดอกเบี้ยค้างให้ 100% และเงินต้นที่เหลืออีก 50% จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในภายหลัง เกษตรกรเป้าหมาย 8.5 หมื่นราย

ด้านการปรับโครงสร้างหนี้และลดภาระหนี้ให้เกษตรกรที่มีหนี้เป็นภาระหนัก จะมี 2 กรณี คือ หากเกษตรกรมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเป็นลูกค้า ธ.ก.ส.ไม่น้อยกว่า 5 ปี มีทายาทเข้าเป็นลูกค้าแทน จะนำเงินต้น 50% มาปรับโครงสร้างหนี้ 5 ปี โดยพักชำระต้นเงิน 2 ปีแรก คิดดอกเบี้ยปรับโครงสร้างหนี้ที่เอ็มอาร์อาร์ หากผ่อนชำระได้ตามกำหนดลดดอกเบี้ยค้างให้ 80% และเงินต้นที่เหลืออีก 50% จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้ภายหลัง มีเกษตรกรเป้าหมาย 2 แสนราย

หากเป็นเกษตรกรที่มีภาระหนี้หนักจะนำเงินต้น 50% มาปรับโครงสร้างหนี้ 5 ปี โดยพักชำระต้นเงิน 2 ปีแรก คิดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ หากผ่อนชำระได้ตามกำหนด ลดดอกเบี้ยค้างให้ 50% และเงินต้นที่เหลืออีก 50% จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้ภายหลัง เกษตรกรเป้าหมาย 3.4 แสนราย

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเกษตรกรและทายาทได้รับการช่วยเหลือตามโครงการจำนวน 6.75 แสนราย ดอกเบี้ยที่ลดให้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดย ธ.ก.ส.รับภาระเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท