posttoday
ว่าด้วยเรื่องของคน

ว่าด้วยเรื่องของคน

04 มกราคม 2560

โดย...กำพล สุทธิพิเชษฐ์

โดย...กำพล สุทธิพิเชษฐ์

สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ทุกๆ ปีใหม่ ทุกองค์กร ทุกบริษัท ก็ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลง มีการเปลี่ยนงาน มีการเปลี่ยนคนทำงาน ก็เป็นเรื่องปกติที่ทุกองค์กรต้องมีการหมุนเวียนคนทำงาน คนที่เป็นหัวหน้าทีมก็ต้องทำความรู้จักกับทีมงานใหม่ คนที่เป็นทีมงานก็ต้องทำความรู้จักกับหัวหน้าคนใหม่ แต่คนทุกคนก็ยังเป็นส่วนสำคัญขององค์กร วันนี้เลยว่าจะมาคุยเรื่องคนกันหน่อย

คน คือปัจจัยการผลิตอย่างเดียวที่ไม่เหมือนปัจจัยการผลิตอย่างอื่น เช่น เครื่องจักร เราสามารถทำให้เครื่องจักรนั้นสามารถทำงานให้เต็มกำลังได้ ถ้าเราป้อนวัตถุดิบทุกอย่างที่เครื่องจักรต้องการและเป็นไปตามเงื่อนไขการใช้งานของเครื่องจักรนั้นๆ แต่คนไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถทำให้คนทำงานได้เต็มที่ด้วยวิธีการเดียวกันกับเครื่องจักร เพราะคนมีสมองและจิตใจเป็นของตัวเอง ซึ่งคนอื่นไม่สามารถควบคุมได้อย่างแท้จริง การบังคับคนให้ทำงานโดยไม่เต็มใจ แม้จะทำให้ได้ผลงาน แต่ผลิตภาพของการทำงานก็จะต่ำ คนจึงเป็นปัจจัยการผลิตชนิดเดียวที่ต้องอาศัยศิลปะในการบริหาร

คนมีข้อดีอย่างหนึ่งที่เหนือกว่าเครื่องจักร คือ คนสามารถสร้างผลผลิตออกมาได้มากกว่าวัตถุดิบที่เราป้อนเข้าไป เพียงแค่เราต้องรู้จักวิธีการสร้างแรงจูงใจให้คนรู้สึกอยากทำงานนั้นให้เต็มกำลังความสามารถของตนเอง ที่สุดของการบริหารคน คือ ต้องทำให้คนต้องการที่จะบริหารตนเอง กล่าวคือ ทุกคนในองค์กรไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่อะไรก็ตาม ต้องเป็นผู้จัดการตัวเองให้ได้ ไม่เว้นแม้แต่พนักงานระดับปฏิบัติการ

ผู้นำที่ดีมี 2 แบบ คือ หนึ่ง ผู้นำแบบนักเปลี่ยนแปลง ผู้นำในกลุ่มนี้จะเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ มีเป้าหมายในระยะสั้น และระยะยาวที่ชัดเจน สามารถจูงใจให้ผู้อื่นมีเป้าหมายร่วมกันกับตนเองได้ และสามารถทำให้คนนั้นกลายเป็นผู้จัดการตัวเองได้

ผู้นำที่ดีในระดับที่สอง คือ ผู้นำแบบนักจัดการ แม้ว่าจะไม่สามารถทำให้คนเป็นผู้จัดการตัวเองได้แบบผู้นำแบบนักเปลี่ยนแปลงก็ตาม แต่สามารถสร้างแรงจูงใจให้คนสามารถทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่องค์กรตั้งไว้ได้ โดยใช้วิธีทั้งการให้รางวัลและลงโทษอย่างเหมาะสม ผู้นำระดับนี้สามารถทำให้งานเดินหน้าได้ด้วยการส่งสัญญาณให้กับทีมงานรู้ทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า ถ้าคุณทำให้ได้เป้าหมายอย่างที่กำหนดจะได้อะไร แต่ถ้าทำไม่ได้จะถูกผลกระทบอะไร

แม้ว่าวิธีการของผู้นำแบบนักจัดการจะไม่ดีเลิศเท่ากับวิธีการของผู้นำแบบนักเปลี่ยนแปลง แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ดีเหมือนกัน ผู้นำแบบนักเปลี่ยนแปลงอาจมาจากพรสวรรค์ แต่ผู้นำแบบนักจัดการต้องเกิดจากการฝึกฝนเท่านั้น

เราสามารถเป็นผู้นำแบบนักจัดการที่ดีได้โดยการให้ความสำคัญกับวิธีการให้คุณให้โทษแก่พนักงานมากขึ้น วิธีการให้คุณให้โทษแก่พนักงานนั้นมีผลต่อพฤติกรรมของพนักงานในองค์กรอย่างมาก เช่น ถ้าพนักงานถูกหัวหน้าลงโทษหรือตำหนิอย่างแรงๆ กรณีที่กล้าคิดกล้าทำในสิ่งใหม่ๆ แล้วไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง อีกหน่อยพนักงานในองค์กรก็จะกลายเป็นคนเงียบ ป้องกันตัว ไม่เสนอความคิดเห็น คนที่กล้าคิดกล้าทำ หรือแม้แต่กล้าตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ ก็จะค่อยๆ หายไปจากบริษัททีละคนสองคน จนสุดท้ายก็จะเหลือแต่คนที่ทำงานตามคำสั่งอย่างเดียว และกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปในที่สุด

หรือบางองค์กรให้รางวัลแก่พนักงานโดยพิจารณาเหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลงานของพนักงาน เช่น การขึ้นเงินเดือนตามอายุงาน หรือเลือกที่รักมักที่ชัง เช่นนี้แล้วพนักงานย่อมไม่เกิดแรงจูงใจที่จะทำงานให้หนักขึ้น ทำงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะรู้ดีว่าขยันไปก็ไม่ได้ช่วยทำให้มีโอกาสก้าวหน้าในการทำงาน

อีกอย่างหนึ่งที่ต้องเข้าใจกันให้ดีสำหรับการบริหารคน คือ คำว่ายุติธรรมไม่ได้หมายถึงการปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนเท่ากันหมด ความยุติธรรมหมายถึงการปฏิบัติต่อพนักงานตามความดีความชอบของพนักงานแต่ละคน คนที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ต่อองค์กรสมควรได้รับการตอบแทนมากกว่าคนที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อย่าทำตัวเป็นหัวหน้าที่ดีด้วยการปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนเท่ากัน การเป็นหัวหน้าทีมไม่ใช่เป็นการทดสอบความยอดนิยม เป็นเรื่องปกติธรรมดามากที่ผู้จัดการที่ดีจะมีทีมงานบางคนที่ไม่ชอบ

ผู้นำแห่งการจัดการที่ดี ถ้ามอบหมายงานที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนกับทีมงานไปแล้ว ถ้าทีมงานคนไหนสามารถบริหารจัดการให้ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ หัวหน้าทีมคนนั้นจะไม่เข้าไปล้วงลูกใดๆ ทีมงานคนนั้นเด็ดขาด เพราะเขาจะเอาเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดเข้าไปดูแลคนที่ไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เขาสามารถดูแลงานได้มากขึ้น

ยิ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีขอบเขตความรับผิดชอบงานที่กว้างมาก เยอะมาก ยิ่งไม่ควรเข้าไปแทรกแซงงานในระดับปฏิบัติการเลย แต่ควรใช้วิธีกดดันผู้จัดการในระดับปฏิบัติการแทน ถ้าไม่ได้ผลก็เปลี่ยนตัวผู้จัดการระดับปฏิบัติการใหม่ เพราะการที่ผู้บริหารระดับสูงเข้าไปแทรกแซงผู้จัดการระดับปฏิบัติการ มักจะทำให้เกิดความสับสนกับทีมงานในระดับล่าง เพราะต้องคอยฟังคำสั่งจากหัวหน้ามากกว่าหนึ่งคนในเวลาเดียวกัน

สุดท้ายนี้การจะเป็นผู้นำที่ดี ต้องรู้จักมองเข็มวินาที เพราะเข็มวินาทีต้องเดินถึง 60 รอบ ถึงจะผลักให้เข็มยาวเดินได้ 1 รอบ และตัวมันเองต้องเดินถึง 720 รอบ ถึงจะผลักเข็มสั้นให้เดินได้หนึ่งรอบ แต่เราในฐานะเจ้าของนาฬิกา เวลาเรามองดูเวลาที่นาฬิกา เรามักจะมองแค่เข็มสั้นกับเข็มยาว จะมีสักกี่ครั้งที่เราจะมองเข็มวินาที ทั้งๆ ที่มันทำงานหนักที่สุด ดังนั้นผู้นำที่ดีต้องรู้จักมองเข็มวินาที

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน