posttoday
ไปรษณีย์เล็งตั้งบ.ลูกปล่อยเงินกู้ปชช.

ไปรษณีย์เล็งตั้งบ.ลูกปล่อยเงินกู้ปชช.

31 สิงหาคม 2553

ไอซีทีรับลูกคลัง สั่งบอร์ดไปรษณีย์เร่งตั้งบริษัทลูก ปล่อยกู้รายย่อยไม่ต้องมีหลักทรัพย์

ไอซีทีรับลูกคลัง สั่งบอร์ดไปรษณีย์เร่งตั้งบริษัทลูก ปล่อยกู้รายย่อยไม่ต้องมีหลักทรัพย์

นายจุติ ไกรฤกษ์  รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ชุดใหม่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ว่า   ต้องการให้เร่งจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อดำเนินการปล่อยเงินกู้ ให้กับประชาชน  ภายหลังจากที่ ครม.เศรษฐกิจมีการหารือการปล่อยสินเชื่อที่ยังไม่ครอบคลุมประชากรทั้งหมด

สำหรับรูปแบบการดำเนินการของบริษัทลูกไปรษณีย์นั้นจะเป็นธนาคารคนจน จำลองมาจากธนาคารกามีน  ประเทศ บังคลาเทศ โดยจะเข้าไปปล่อยสินเชื่อรายย่อยระดับหลัก1,000 บาทขึ้นไป แบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ไมโคร เครดิต)  ซึ่งจะเริ่มจากตำบลที่ยากจนและมีหนี้จำนวนมาก เช่น อำเภออมก๋อย ผ่านช่องทางสาขาของ ปณท. ที่มีอยู่กว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ

ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันจะมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธกส.และ ธนาคารออมสิน เพื่อปล่อยเงินกู้อยู่แล้ว แต่ยังมีประชาชนส่วนหนึ่งที่ยังเข้าไม่ถึง ปณท.ต้องตั้งบริษัทลูกเพื่อปล่อยเงินกู้ โดยมีรัฐบาลให้การสนับสนุน ซึ่งสาขาของไปรษณีย์จะมีเคาน์เตอร์ เพื่อไว้ปล่อยกู้ โดยพนักงานของบริษัทลูกไปรษณีย์ จะต้องรับใหม่ทั้งหมด เพราะพนักงานเดิมอาจมีความเชี่ยวชาญด้านไปรษณีย์มากกว่า และขั้นตอนต่อไปต้องขออนุญาตจากกระทรวงการคลัง

นายจุติ กล่าวว่า  คาดว่าใน 2 สัปดาห์ คำขออนุญาตตั้งบริษัทลูกไปรษณีย์ น่าจะแล้วเสร็จ เนื่องจากสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ได้รับนโยบายไว้เแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการนำเสนอต่อ นายกรณ์ จาติกวาณิช รมว.คลัง โดยที่ผ่านมา รมว.คลังได้รับปากว่าจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

ส่วนแหล่งเงินทุนที่จะให้ประชาชนกู้ยืมนั้น กระทรวงคลังจะเป็นผู้จัดหามาให้ ซึ่งอาจเป็นการกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ก็เป็นไปได้ ซึ่งการรับเงินมาปล่อยกู้ในครั้งนี้ทำโดยไม่หวังผลกำไร แต่ทำเพื่อสาธารณะประโยชน์

ขณะที่ความคืบหน้าการยุติสัมปทานโทรศัพท์มือถือ เพื่อเปลี่ยนมาเป็นการออกใบอนุญาต หรือ ไลเซ่นส์ 2 จี ทาง ครม.เศรษฐกิจ ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการช่วง 1 เดือนของคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับที่ 2 ซึ่งมี นายรอม หิรัญพฤกษ์ เป็นประธานแล้ว แต่ต้องส่งหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนที่จะสรุปแนวทาง

“จะทำอย่างไรให้ไลเซ่นส์ของเอกชนทั้ง 3 ราย มีอายุเท่ากัน เนื่องจากปัจจุบันอายุสัมปทานของทรูมูฟเหลือ 3 ปี เอไอเอสเหลือ 5 ปี และ ดีแทคเหลือ 8 ปี ในขณะที่อำนาจของ กทช.สามารถออกไลเซ่นส์ได้ตามอายุของสัมปทานที่เหลือเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้จะทำได้หรือเปล่าและถ้าจะทำต้องทำยังไง” นายจุติกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท