
อี-คอมเมิร์ซอาเซียนพุ่ง
ไอไพรซ์ชี้ปี’68 มูลค่าตลาดแตะ 3.5 ล้านล้านโตทุกปีเฉลี่ย 32%
ไอไพรซ์ชี้ปี’68 มูลค่าตลาดแตะ 3.5 ล้านล้านโตทุกปีเฉลี่ย 32%
ไอไพรซ์เผยอี-คอมเมิร์ซ อาเซียนศักยภาพสูง คาดปี 2568 มูลค่าตลาดโตพุ่ง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
นายมาเตโอ้ สุตโต รองประธานกรรมการอาวุโสด้านการพัฒนาองค์กรไอไพรซ์ ผู้ดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพ มาเลเซีย เปิดเผยว่า ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นช่วงเริ่มต้น แต่ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยข้อมูลจาก
กูเกิลและเทมาเสก คาดว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 ล้านล้านบาท) มีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อปี 32%
ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทจะมุ่งทำตลาดในภูมิภาคมากขึ้น โดยในปี 2560 คาดมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 100% พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกออนไลน์ในเอเชีย จากในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ระดมทุนจาก เอเชีย เวนเจอร์ กรุ๊ป จำนวน 4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 140 ล้านบาท) เพื่อขยายร้านค้าปลีกครอบคลุมทั่วเอเชีย จากในปี 2559 ไอไพรซ์เติบโตมากกว่า 500% จากสาขาใน 7 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฮ่องกง
สำหรับมาเลเซีย มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมในการเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพ จากแรงจูงใจหลักด้านการสนับสนุนของรัฐบาลมาเลเซีย อาทิ การผลักดันให้สตาร์ทอัพได้รับมาตรฐานเอ็มเอสซี (มัลติมีเดีย ซูเปอร์ คอร์ริดอร์) เป็นองค์กรเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศมาเลเซีย และอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจด้านดิจิทัล การละเว้นภาษี 5 ปีในการเริ่มต้นทำธุรกิจสตาร์ทอัพ รวมถึงยกเว้นค่าบริการทำวีซ่าให้กับพนักงานที่เป็นชาวต่างชาติ
“การเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพ บุคลากรมีความสำคัญที่สุด และการดึงผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละประเทศเพื่อทำการตลาดโดยตรงส่งผลดีต่อธุรกิจ ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียมุ่งสนับสนุนสตาร์ทอัพในประเทศด้วยการวางเป้าหมายไปสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศของภูมิภาค” นายสุตโต กล่าว
ขณะที่ตลาดอี-คอมเมิร์ซในอาเซียนยังเป็นโอกาสแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งการค้าปลีกออนไลน์ในภูมิภาคมีน้อยกว่า 1% ขณะที่สหรัฐอเมริกาและจีนมีมากกว่า 10% ซึ่งผู้บริโภคนิยมใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยร้านค้าปลีกรายใหญ่อย่างอเมซอน วางแผนตีตลาดอาเซียนในปี 2560 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดออนไลน์อาเซียนมีทิศทางเติบโตสดใส







