
ประสานความร่วมมือเพื่อลด NTM
โดย...วิมล ปั้นคง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) www.itd.or.th
โดย...วิมล ปั้นคง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) www.itd.or.th
การเปิดเสรีการค้าภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) ส่งผลให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกปรับลดอัตราภาษีศุลกากรมาอย่างต่อเนื่องโดยภาพรวมอัตราภาษีศุลกากรโดยเฉลี่ยทั่วโลกได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำมาก
สำหรับประเทศไทย นอกจากเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกแล้ว ยังเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน ซึ่งได้ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ที่มุ่งเปิดเสรีการค้า ลดภาษีและลดอุปสรรคกีดขวางทางการค้าที่มิใช่ภาษี ภายใต้กลไกการลดภาษีที่สำคัญ คือ การกำหนดให้ประเทศสมาชิกให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรแก่กันแบบต่างตอบแทน
กล่าวคือ การที่จะได้สิทธิประโยชน์จากการลดภาษีของประเทศอื่นสำหรับสินค้าชนิดใด ประเทศสมาชิกนั้นต้องประกาศลดภาษีสำหรับสินค้าชนิดเดียวกันด้วย
การดำเนินงานของอาเซียนภายใต้แนวคิดดังกล่าวนี้ ส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรสำหรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่ในระดับที่ต่ำมาก โดยอัตราภาษีศุลกากรอาเซียนได้ลดลงจากอัตราเฉลี่ย 8.9% เมื่อปี 2543 เหลืออัตราเฉลี่ย 4.5% ในปี 2558
ทั้งนี้ หลังปี 2558 ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรตามความตกลงภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
ปัญหาด้านการค้าสินค้าที่อาเซียนกำลังเผชิญ คือ การนำมาตรการกีดกันทางค้าที่มิใช่ภาษี หรือ NTM (Non-Tariff Measure) มาบังคับใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยมาตรการกีดกันทางค้าที่มิใช่ภาษีเพิ่มขึ้นจาก 1,634 มาตรการในปี 2543 เป็น 5,975 มาตรการในปี 2558 แยกเป็นมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) 33% มาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าระหว่างประเทศ (TBT) 43% และมาตรการอื่นๆ อีกรวม 10%
การนำมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีมาบังคับใช้ของประเทศสมาชิกอาเซียน ส่วนหนึ่งมีเจตนาเพื่อปกป้องตลาดในประเทศ แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากการกำหนดมาตรการคุ้มครองประชาชนที่ขาดการศึกษาและขาดการประเมินผลดีและผลเสียของมาตรการที่นำมาใช้อย่างละเอียดรอบคอบ ขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการออกกฎระเบียบภายใต้กลไกตลาด ขาดการวางแผนการดำเนินงาน ขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
ส่งผลให้มาตรการที่มีเจตนาเพื่อคุ้มครองประชาชนกลายเป็นมาตรการกีดกันทางการค้า
การแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ต้องการความร่วมมือระดับชาติที่ต้องมีการจับตาการเคลื่อนไหวด้านการค้าและการลงทุนระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ระดับประเทศต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
เพื่อเสนอแนวทางการลดมาตรการกีดกันทางค้าที่มิใช่ภาษี (NTM) ที่เชื่อมโยงจากระดับประเทศสู่ภูมิภาค







