
กองทุนรวม ร่วมด้วยรวยพร้อมกัน (1)
ไม่แน่ใจว่า ครั้งแรกของคอลัมน์ Money Tips เมื่อปี 2546 เป็นเรื่องอะไร และจำไม่ได้จริงๆ ว่า 14 ปีที่ผ่านไป
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์ [email protected]
ไม่แน่ใจว่า ครั้งแรกของคอลัมน์ Money Tips เมื่อปี 2546 เป็นเรื่องอะไร และจำไม่ได้จริงๆ ว่า 14 ปีที่ผ่านไป มีเรื่องเงินๆ ทองๆ ทั้งหมดกี่เรื่อง กี่ตอน ที่ถูกหยิบขึ้นมานำเสนอ
รู้แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ ไปจนถึงเรื่องยากๆ เรื่องเบาๆ (แต่ไม่ไร้สาระ) ไปจนถึงเรื่องเศรษฐกิจหนักๆ เราก็ผ่านกันมาหมดแล้ว และแทบจะทุกช่วงชีวิตที่มีเรื่องเงินๆ ทองๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่แต่งงาน มีลูก วางแผนเกษียณ ไปจนถึงการจัดการมรดก เราก็เจอกันมาหมดแล้ว
และในโอกาสที่มีการขยับขยายย้ายหน้าร้านมาอยู่ในเซ็กชั่นใหม่ล่าสุด “Wealth Plus” จะขออนุญาตใช้พื้นที่คอลัมน์นี้เอาใจ “มือใหม่” ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ทางด้านการเงินการลงทุน โดยขอประเดิมเริ่มต้นด้วย “กองทุนรวม”
กองทุนรวม คืออะไร
ก่อนจะตอบคำถามนี้ ขอให้มองไปที่ภาพกราฟฟิก ที่เหมือนจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกองทุนรวมสักนิด แต่ลองเพ่งพินิจพิจารณาสักหน่อยน่าจะทำให้เข้าใจ “กองทุนรวม” ได้ง่ายขึ้น
ถ้าเปรียบเทียบว่า เกาะนั้นคือเป้าหมายทางการเงินของเรา ซึ่งอาจจะเป็นการลงทุนเพื่อให้ได้กำไรเยอะๆ ความต้องการเกษียณอย่างสุขสบาย หรือแค่ตั้งใจจะเก็บเงินให้ได้สักก้อน
แม้ว่าทุกคนจะมีเป้าหมายเดียวกัน คือไปให้ถึงเกาะนั้นให้ได้ แต่...แต่ละคนก็อาจจะมีวิธีการเดินทางไปถึงเกาะนั้นไม่เหมือนกัน
บางคนอาจจะเลือกว่ายน้ำไปเอง ถ้าเป็นคนว่ายน้ำเก่ง ว่ายได้เร็ว ก็ไปถึงเกาะได้สบายๆ
บางคนไม่อยากว่ายน้ำไปเอง อาจจะเป็นเพราะกลัวจมน้ำ ไม่อยากเหนื่อยว่ายไปเอง จะเลือกนั่งเรือไปก็ได้
แต่ถ้าโชคร้ายเจอพายุใหญ่ ไม่ว่าจะเรือแบบไหน หรือแม้แต่ว่ายน้ำไปก็อาจจะเหนื่อยหน่อย ไปถึงช้าหน่อย หรือที่หนักที่สุด คือ จมน้ำหายไป
แล้วภาพนี้มันเกี่ยวกับกองทุนรวมตรงไหน
ก็เกี่ยวตรง “เรือ” นั่นล่ะ
เพราะเรือก็เหมือนกองทุนรวม
เราทุกคนที่เอาเงินไปลงทุนในกองทุนรวม (กองทุนเดียวกัน) ก็เป็นผู้โดยสารของเรือลำนั้น เรียกว่า ลงเรือลำเดียวกัน ไม่ว่าจะลงเงินไปมาก หรือน้อย เวลาที่กำไร หรือขาดทุน เราก็ได้ ก็โดนเหมือนกัน คิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วเท่ากันเป๊ะ... ก็เลยเป็นที่มาของชื่อบทความในตอนนี้ว่า “ร่วมด้วยรวยพร้อมกัน” เพราะลงเรือลำเดียวกันแล้ว
ทีนี้ เรือแต่ละชนิดก็จะมีลักษณะ มีความเร็วที่แตกต่างกัน จะเลือกไปกับเรือแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ถ้าอยากไปถึงเกาะเร็วหน่อยก็ต้องเลือกไปกับเรือเร็ว หรือสปีดโบ๊ต แต่อาจจะต้องโต้คลื่น
เจอลมปะทะหน้าชาไปบ้าง ถ้าอยากเดินทางเรื่อยๆ ถึงช้าหน่อยแต่สบายใจกว่าก็ต้องไปเรือสำราญ
และกัปตัน หรือคนขับเรือ ก็คือผู้จัดการกองทุน คนที่ทำหน้าที่นำเงินของเราไปลงทุนตามนโยบาย หรือตามกรอบที่กองทุนตั้งไว้
เพราะฉะนั้นก่อนจะเลือกลงเรือลำไหนก็ต้องดูให้แน่ใจว่า เรือลำนั้นมีกัปตัน หรือคนขับเรือที่เก่งพอจะพาไปถึงเกาะได้ตามที่ตั้งใจไว้ เพราะแม้จะเป็นเรือเร็วเหมือนกัน แต่คนขับเรือเก่งกว่า ชำนาญเส้นทางมากกว่า เดาทิศทางลมได้ดีกว่า ก็อาจจะทำเวลาได้ดีกว่าเรือเร็วลำอื่นก็ได้
ไม่รู้ว่า พอเปรียบเทียบแบบนี้จะทำให้เข้าใจกองทุนรวมมากขึ้น หรือจะยิ่งทำให้งงมากขึ้นก็ไม่รู้
คนหลายๆ คน (ที่ไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน)เอาเงินมากองรวมกัน แล้วไปจ้างคนที่ไว้ใจได้ให้นำเงินกองนี้ไปลงทุน พอได้กำไรก็เอามาแบ่งกันหรือถ้าขาดทุนก็ช่วยๆ กันรับผิดชอบไป แต่ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุนก็ต้องจ่ายค่าจ้างเหมือนเดิม
กองทุนรวมมีอะไรบ้าง
พอพูดถึงกองทุนรวม หลายคนน่าจะนึกถึง LTF หรืออย่างน้อยก็จะเคยได้ยินบ่อยๆ ในช่วงปลายปี เพราะเป็นกองทุนที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษี
แต่กองทุนรวมยังมีอีกหลายประเภท เหมือนเรือที่มีหลายชนิดนั่นไง
ถ้าจะแบ่งประเภทกองทุนรวม สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ แต่แบบที่น่าจะเป็นประโยชน์และทำให้รู้จักกองทุนรวมได้ครอบคลุมมากที่สุด ก็ต้องแบ่งตาม “นโยบายการลงทุน”
ต่อไปนี้จะเริ่มเข้าหมวดวิชาการ (นิดๆ) แล้วเพราะต้องล้วงลึกลงไปถึง “ไส้ใน” หรือสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุน เพราะฉะนั้นสำหรับมือใหม่มากๆ บางคำไม่รู้ อ่านแล้วไม่เข้าใจ จะผ่านไปก่อนก็ไม่ว่ากัน
1.กองทุนหุ้น
ชื่อเต็มๆ อย่างเป็นทางการว่า กองทุนรวมตราสารแห่งทุน คือ กองทุนรวมที่มีนโยบาย หรือมีวัตถุประสงค์ที่จะลงทุนใน “ตราสารทุน” ซึ่งก็คือ หุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น โดยจะต้องเป็นหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
2.กองทุนตราสารหนี้
กองทุนประเภทนี้จะนำเงินไปลงทุนใน“ตราสารแห่งหนี้” โดยสามารถลงทุนได้ทั้งพันธบัตร ตั๋วเงินคลัง บัตรเงินฝาก ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้
จริงๆ แล้วก็คล้ายๆ กับเราเอาเงินไปปล่อยกู้ ให้กับลูกหนี้ แล้วได้ดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน ถ้าเป็นลูกหนี้ที่เราเชื่อใจว่า จะไม่เบี้ยวหนี้แน่ๆ หรือขอกู้แค่ระยะสั้นๆ เราก็คิดดอกเบี้ยถูกๆ หน่อย แต่ถ้าลูกหนี้รายไหนที่เชื่อใจน้อยหน่อยก็คิดดอกเบี้ยแพงหน่อยจะได้คุ้มค่าความเสี่ยง
3.กองทุนตลาดเงิน
โดยมากมักจะเรียกว่า “มันนี่มาร์เก็ต” เพราะเป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารตลาดเงินหรือตราสารหนี้ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปีทำให้มีสภาพคล่องสูง เหมือนกับการฝากเงิน
4.กองทุนผสม
กองทุนรวมประเภทนี้จะลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ แต่ไม่ใช่ว่าจะลงทุนอะไร มากแค่ไหนก็ได้ เพราะจะมีกรอบกำหนดสัดส่วนการลงทุนหุ้นเอาไว้ระหว่าง 35-65% ก็เลยทำให้กองทุนแบบนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไร แต่ที่จะนิยมออกมามากกว่า คือ กองทุนผสมยืดหยุ่น ที่ลงทุนอะไรเท่าไรก็ได้ เช่น ตอนไหนที่ผู้จัดการกองทุนคิดว่า หุ้นน่าจะมีแนวโน้มดีก็สามารถลงทุนหุ้นได้ทั้ง 100% เลยก็ได้ หรือจะไม่ลงทุนเลยก็ได้
5.กองทุนรวมหน่วยลงทุน
กองทุนนี้แปลมาจากคำว่า “fund of funds” เพราะตัวเองก็เป็นกองทุน แต่ก็นำเงินที่ได้จากนักลงทุนไปซื้อกองทุนของคนอื่นอีกที แถมไม่ได้ซื้อแค่กองทุนเดียว แต่ซื้อได้หลายกองทุน
กองทุนที่นิยมใช้รูปแบบการลงทุนแบบนี้ มักจะเป็นกองทุุนที่ไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศ หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หลายๆ กองทุนพร้อมๆ กัน เพื่อกระจายความเสี่ยง
นอกจากนี้ ยังมีกองทุนรวมหน่วยลงทุนอีกแบบหนึ่ง คือ Feeder Fund ที่จะนำเงินไปลงทุนกองทุนอื่นเหมือนกัน แต่จะลงทุนเพียงกองทุนเดียว รูปแบบนี้จะเห็นได้ในกองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งทำให้บริหารจัดการง่าย
6.กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ
น่าจะเคยได้ยินชื่อกองทุน FIF (ย่อมาจาก Foreign InvestmentFund) ซึ่งเป็นกองทุนที่นำเงินลงทุนต่างประเทศซึ่งอาจจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ ที่ซื้อขายกันอยู่ต่างประเทศ โดยอาจจะไปลงทุนโดยตรง หรือลงทุนผ่านกองทุนอื่นในต่างประเทศอีกที
แต่ที่ต้องถามอยู่เสมอถ้าจะลงทุนกองทุน FIF คือ “มีนโยบายบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร” เพราะบางทีการลงทุนอาจจะได้กำไร แต่พอต้องแปลงผลกำไรกลับมาเป็นเงินบาทอาจทำให้กำไรลดลง (หรือเพิ่มขึ้นก็ได้)
โดยมากผู้จัดการกองทุนก็มักจะเลือกใช้วิธีการบริหารแบบ “ยืดหยุ่น” หรือ “ตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน” ก็ต้องไปลุ้นเอาไว้จะบริหารได้ดีแค่ไหน
7.กองทุน RMF
ชื่อเต็มๆ คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพเป็นกองทุนเพื่อการออมไว้เพื่อใช้ในวัยเกษียณ โดยมีนโยบายลงทุนหลากหลายให้เหมาะกับคนทุกช่วงวัย และรัฐบาลยังให้สิทธินำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย เพื่อสนับสนุนการออมเพื่อวัยเกษียณ
8.กองทุน LTF
มาแล้วกองทุนที่คุณคุ้นเคย กองทุนรวมหุ้นระยะยาว เป็นกองทุนที่ออกมาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น จึงต้องเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นหรือก็คือ กองทุนหุ้นธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดา เพราะลงทุนแล้วจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นของแถม (แต่ปี 2562 จะเป็นปีสุดท้ายที่ได้สิทธินี้แล้ว)
ดูเหมือนว่า การเดินทางของกองทุนรวมจะยังอีกยาวไกล เพราะนี่ยังไม่ถึงครึ่งทางของประเภทกองทุนเลย คงต้องยกยอดไปแล่นเรือกันต่อในสัปดาห์หน้า
แต่ก่อนไปขอไขข้อข้องใจ (เผื่อมีใครสงสัย) ว่า จริงๆ แล้ว ลักษณะนามของกองทุนรวม หรือกองทุน คืออะไร
โดยทั่วไปถ้าหมายถึงตัวกองทุน ก็จะเรียกว่า กองทุน หรือสั้นๆ “กอง” แต่บางคนจะเรียกว่า “ตัว” ก็ไม่ได้ผิดอะไร เช่น เพื่อนๆ มักจะถาม “เธอๆ เราอยากซื้อกองทุน เธอว่าตัวไหนดี” และเราก็ตอบไปแบบไม่ต้องคิดว่า“ดีทุกตัว” ^^







