posttoday
DW บัวหลวง ยังมุ่งรักษาความเป็นผู้นำ

DW บัวหลวง ยังมุ่งรักษาความเป็นผู้นำ

02 มกราคม 2560

บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)บัวหลวง ผู้นำใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants หรือ DW) ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ว่า ปี 2560 หรือปีระกา ยังมุ่งเป้ารักษาความเป็นผู้นำ DW ทั้งด้านปริมาณซื้อขายและปริมาณยอดการถือครองโดยนักลงทุน แม้ว่าส่วนแบ่งการตลาดมูลค่าการลงทุน DW ของบัวหลวงที่เคยสูงสุด 81.6% ของทั้งระบบ ปี 2555 จะลดลงต่ำลงมาเหลือ 41.1% ในช่วง 11 เดือนแรกปี 2559 ก็ตาม และส่วนแบ่งการตลาดก็ยังห่างจากอันดับสองคือ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 26.5% และส่วนแบ่งการตลาดคงค้าง 38.6% ห่างจากเคจีไอที่อยู่อันดับสองที่อยู่ที่ 18.6%

บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)บัวหลวง ผู้นำใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants หรือ DW) ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ว่า ปี 2560 หรือปีระกา ยังมุ่งเป้ารักษาความเป็นผู้นำ DW ทั้งด้านปริมาณซื้อขายและปริมาณยอดการถือครองโดยนักลงทุน แม้ว่าส่วนแบ่งการตลาดมูลค่าการลงทุน DW ของบัวหลวงที่เคยสูงสุด 81.6% ของทั้งระบบ ปี 2555 จะลดลงต่ำลงมาเหลือ 41.1% ในช่วง 11 เดือนแรกปี 2559 ก็ตาม และส่วนแบ่งการตลาดก็ยังห่างจากอันดับสองคือ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 26.5% และส่วนแบ่งการตลาดคงค้าง 38.6% ห่างจากเคจีไอที่อยู่อันดับสองที่อยู่ที่ 18.6%

“ที่เราครองอันดับหนึ่งมาตลอด เป็นเพราะความน่าเชื่อถือในตัวผู้ออก โดยเรามีธุรกิจด้านค้าหลักทรัพย์ เรามีฐานลูกค้าสูงสุดในอุตสาหกรรม 2.4 แสนราย จากลูกค้าทั้งระบบบริษัทหลักทรัพย์ 1.3 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าที่ซื้อขายประจำ 27-30% นอกจากนั้นยังเป็นบริการที่ดีแก่ลูกค้า”

ปี 2559 เป็นปีแรกที่โครงการ The Stock Master ของ บล.บัวหลวง สอนผู้เข้าร่วมโครงการลงทุน DW เรียกว่า DW01 Master โดยเรียนลงทุนทางออนไลน์ มีผู้สมัครเข้าร่วมเรียนถึง 1,500 คน ใช้เวลาเรียน 1 เดือน โดยใช้เงินตัวเองซื้อขาย

“ผู้ที่สนใจสมัครเรียนลงทุน DW ทางออนไลน์ส่วนใหญ่อยู่ในวัย 30-40 ปี เป็นผู้ที่มีงานประจำอยู่แล้ว เพิ่งเรียนจบไปเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา”

11 เดือน ปี 2559 ที่ผ่านมาบัวหลวงได้ออก DW กว่า 400 ตัว อ้างอิงหลักทรัพย์ 75 ตัว ขณะนี้เหลืออยู่อีก 172 ตัว ส่วนใหญ่เป็น DW อ้างอิงหุ้นใน SET50 SET51-100 เป็นหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) เกินหมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง INDEX เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นรายตัว

สำหรับวิธีเลือกหุ้นอ้างอิงในการออก DW จะเป็นหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี มีสภาพคล่อง และในมุมมองของนักวิเคราะห์ไม่มีอะไรจะสร้างความประหลาดใจให้ตลาดมีขนาดรองรับการซื้อขายได้ โดย 11 เดือน ปี 2559 เป็นการออก CALL มากกว่า PUT ที่นักลงทุนควรเลือกลงทุนใน Call DW เมื่อมีมุมมองเป็นบวกต่อราคาหุ้นอ้างอิง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่ลงทุน DW INDEX เพราะเล่นขาลงหรือ PUT ด้วย

DW ของบัวหลวงช่วง 11 เดือน ปี 2559 ส่วนใหญ่อิง SET50 ที่เหลือกระจายออก DW ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นชั้นนำ

ทั้งนี้ แนวโน้มปริมาณการซื้อขาย DW เทียบปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นโดยรวมโตตลอด โดยปี 2560 คาดว่าจะแตะระดับ 6-7% จาก 11 เดือนปีนี้ อยู่ที่ 5.3% โดยในต่างประเทศนักลงทุนลงทุน DW เป็นสัดส่วนที่มากเทียบกับลงทุนในตลาดหุ้น

สำหรับหลักทรัพย์อ้างอิง DW ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันที่นักลงทุนนิยมลงทุนมากที่สุดคือ SET50 ล่าสุด 11 เดือน ปี 2559 อยู่ที่ 43.1% ของหลักทรัพย์อ้างอิงทั้งระบบ เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่อยู่ที่ 35.7% รองลงมาคือหลักทรัพย์อ้างอิงหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) 4.6% ลดลงจากปีก่อนที่อยู่อันดับสอง 7.8% อันดับสาม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) 4.3% อันดับสี่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) 4.1% และอันดับห้า ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) 3.1%

ด้านอันดับสาม ปี 2558 คือ DW หลักทรัพย์อ้างอิง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) 6.3% อันดับสี่ หลักทรัพย์อ้างอิง บริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) และหลักทรัพย์อ้างอิง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)

ทั้งนี้ 11 เดือน ปี 2559 เป็น CALL DW 1,307 ตัว เทียบ PUT DW 443 ตัว เทียบปี 2558 ที่เป็น CALL DW 1,172 ตัว PUT DW 434 ตัว โดย CALL DW มากกว่า PUT DW มาตั้งแต่ปี 2554 ที่มี CALL DW 274 ตัว PUT DW 76 ตัว

แม้กระทั่งสัดส่วนถือครอง DW ในมือนักลงทุนก็ยังเป็น CALL DW มากกว่า กล่าวคือ เริ่มต้นปี 2554 จาก DW ทั้งสองส่วนมีจำนวนเท่ากัน 29 ตัว จนกระทั่ง 11 เดือน ปี 2559 มี CALL DW ที่นักลงทุนถือครอง 101 ตัว มากกว่า PUT DW ที่อยู่ที่ 66 ตัว

นอกจากนั้น ค่าเฉลี่ยการซื้อขายรายวันของ DW ช่วง 11 เดือนแรก ปี 2559 CALL DW ยังมีปริมาณสูงถึง 65.3% ของปริมาณการซื้อขาย DW ต่อวัน หรือ 1,780 ตัว เทียบ PUT DW 945 ตัว เทียบปี 2554 CALL DW 85 PUT DW 21 ตัว และปี 2558 CALL DW 762 ตัว PUT DW 618 ตัว

สำหรับส่วนแบ่งการตลาดมูลค่า DW 11 เดือนแรก ปี 2559 อันดับสามคือ บล.แมคควอรี ประเทศไทย 20.3% อันดับสี่ บล.เอเซีย พลัส 3.8% อันดับห้า บล.กสิกรไทย 2.5% และ บล.อื่นรวมกัน 5.9%

ส่วนแบ่งการตลาดถือครอง DW ของนักลงทุน 11 เดือนแรก ปี 2559 อันดับสาม บล.ภัทร 18.1% อันดับสี่ บล.แมคควอรี ประเทศไทย 7.6% อันดับห้า บล.ไทยพาณิชย์ 6.7% และที่เหลือเป็น บล.อื่นรวมกัน 10.4%

นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา บล.บัวหลวงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด ทั้งมูลค่า DW และการถือครอง DW ของนักลงทุน รองลงมาคือ บล.เคจีไอ ประเทศไทยที่ครองส่วนแบ่งการตลาดด้านมูลค่าอันดับสองมาตลอด

ด้านการถือครองของนักลงทุนเคจีไอเพิ่งขึ้นมาอันดับสองเมื่อปี2559 จากการที่ บล.ภัทร ตกลงไปอยู่อันดับสาม

อันดับสาม ด้านมูลค่า DW 11 เดือนแรก ปี 2559 คือ บล.แมคควอรี ประเทศไทย ที่เพิ่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก บล.เอเซีย พลัส มาเมื่อปี 2556 โดย บล.เอเซีย พลัส ตกไปอยู่อันดับ 5 ในปีเดียวกัน และเพิ่งขึ้นมาเป็นอันดับสี่เมื่อปี 2559

อันดับห้า ด้านมูลค่า DW กสิกรไทยเพิ่งขึ้นมาเมื่อปี 2557 จากก่อนหน้านั้นไม่ปรากฏอันดับ

สำหรับส่วนแบ่งการตลาดการถือครอง DW ของนักลงทุนอันดับสี่ บล.แมคควอรี ประเทศไทย ครองมาตั้งแต่ปี 2557 อันดับห้า บล.ไทยพาณิชย์ ครองมาตั้งแต่ปี 2557 เช่นเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ