
เร่งปั้นสิ่งทอดันจีดีพี
เน้นเจาะตลาดสุขภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม 10-20% หนีคู่แข่ง
เน้นเจาะตลาดสุขภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม 10-20% หนีคู่แข่ง
เร่งยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอ เชื่อมโยงแฟชั่นโลก ปั้นสินค้าเจาะตลาดรักสุขภาพสร้างมูลค่าเพิ่ม 10-20% หวังไทยเลิกรับจ้างผลิตใน 5 ปี
นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า สถาบันจะเร่งผลักดันนโยบายเพื่อยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นให้ครบวงจร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยอาศัยการออกแบบ นวัตกรรม และการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลกให้ได้ภายในปี 2563 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเพื่อการออกกำลังกาย สินค้าเพื่อสุขภาพ เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดโลก มีอัตราการขยายตัว 8-9% ต่อปี
สำหรับในปี 2560 ตั้งเป้าหมายสร้างผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รายใหม่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอไม่ต่ำกว่า 65 ราย และในระยะปานกลางตั้งเป้าหมายให้เอสเอ็มอีสามารถนำงานวิจัยไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 100 ราย พร้อมผลักดันผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มให้รวมกลุ่มอุตสาหกรรม (คลัสเตอร์) ในอนาคต เพื่อช่วยเพิ่มสัดส่วนจีดีพีเอสเอ็มอีให้ได้ 50% ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 42-43% ขณะที่อุตสาหกรรมสิ่งทอมีสัดส่วน 7-8% ของจีดีพีเอสเอ็มอี
นอกจากนี้ สถาบันตั้งเป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยจากผู้รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) เป็นผู้รับจ้างพัฒนาและผลิตสินค้า (โอดีเอ็ม) ให้ได้ภายใน 5 ปี โดยนำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกว่า 50 โครงการ มาประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และดิจิทัล เหมือนประเทศเกาหลีและไต้หวัน ช่วยเพิ่มมาตรฐานกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนารูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ชุดชั้นใน เสื้อผ้าเด็ก หนีจากคู่แข่งอย่างจีน อินเดีย และเวียดนาม พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอโตเฉลี่ยอย่างน้อยปีละ 10-20%
สำหรับภาพรวมการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มใน 10 เดือน ที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค. 2559) มีมูลค่ารวม 5,453 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6.56% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน







