
คนไทย 2017
โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
สวัสดีปีใหม่ ปีแห่งความหวังและความท้าทายของคนไทย เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ หลายสถาบันก็ออกมาวิเคราะห์ตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยจะโตประมาณ 3.3% เท่านั้น จากอานิสงส์การลงทุนของภาครัฐเป็นหลัก ขณะที่การลงทุนของภาคเอกชนยังคงไม่ได้สูงขึ้นมาก ขณะที่การส่งออกก็ยังคงทรงตัว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกซึมเซา เศรษฐกิจของมหาอำนาจอย่างอเมริกา ยุโรป จีน และญี่ปุ่น ก็ไม่ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งประเทศจีน จากที่เคยนำเข้าสินค้าจากไทยมูลค่าไม่น้อย เพื่อมาประกอบแล้วขายส่งต่อออกไป ก็มีนโยบายจะทำเองให้ได้ทุกอย่างจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไทยจึงมีเพียงรายได้จากการท่องเที่ยวที่สูงขึ้น แต่เราก็ไม่รู้ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะดีอย่างนี้ไปได้นานแค่ไหน
สรุปว่าอนาคตประเทศไทย โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจมักจะขึ้นอยู่กับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก จะดีหรือจะร้ายจึงบอกได้ยากยิ่ง เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายใน แต่ปี 2017 นี้ ยังเป็นจุดเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีหลายประการ เช่น 1.จะเห็นการลงทุนของภาครัฐอย่างชัดเจน ในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งรถไฟในเมืองและนอกเมือง 2.การขับเคลื่อนประเทศสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ และ 3.การปฏิรูปประเทศไทยทั้งใน ภาครัฐ ภาคการเมือง และภาคประชาชน แม้อาจจะไม่ได้ส่งผลทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่เชื่อว่าทิศทางนี้จะส่งผลบวกในระยะยาว หากมุ่งมั่นทำอย่างต่อเนื่อง จะมีโอกาสดึงให้ไทยพ้นจากวังวนของประเทศผู้ตาม จนเป็นประเทศผู้นำได้
ลีกาชิง อภิมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง เคยกล่าวไว้ว่า หลักสำคัญในการทำธุรกิจมีสามประการ คือ 1.สร้างสรรค์สิ่งใหม่ 2.ปรับปรุงพัฒนา และ 3.เดินตามยุคสมัย แต่การจะประสบความสำเร็จมากที่สุดได้ก็คือ “การทำสิ่งใหม่ๆ” เท่านั้น ถึงแม้จะยากแต่ก็ดีกว่าเดินตามหลังคนอื่น หรือเพียงแค่ปรับปรุงพัฒนาของเดิมที่มีอยู่แล้ว ประเทศก็เช่นกัน การจะหลุดพ้นจากวงจรเดิมๆ ความเชื่อเดิมๆ จะต้องใช้พลังมหาศาล ทั้งพลังความคิดสร้างสรรค์ พลังความมุ่งมั่น และพลังความร่วมมือ คงถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยและคนไทยต้องใช้โอกาสที่โลกกำลังทรงตัว มาร่วมสร้างสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย
การก้าวข้ามวิธีการเดิมๆ และแนวความคิดเดิมๆ ให้สำเร็จได้นั้น จึงไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ของรัฐ แต่ขึ้นอยู่กับพลเมืองในชาติว่า “ใจสู้หรือเปล่า” เพราะจะต้องสู้ทนเพื่อปรับตัวหลายประการ ทั้งต้อง 1.ปรับวิธีการทำงาน จากที่เน้นทำตามในสิ่งที่คนอื่นเขาทำกันมาตลอด มาเป็นต้องทำในสิ่งที่คนอื่นยังคิดไม่ถึง ไม่เคยทำมาก่อน 2.ปรับการเรียนรู้ จากเพียงแค่เพื่อทำงานได้ มาเป็นต้องเรียนรู้รอบและรู้ลึก เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพงานให้สูงขึ้นกว่าเดิม
3.ปรับตัวเองจากที่เคยทำงานตามเวลา หรือเพียงให้แค่เสร็จงานตามมอบหมาย มาเป็นต้องทำงานเกินเวลา ด้วยจิตมุ่งมั่น ทุ่มเทในงานด้วยใจรัก จนเข้าใจในงานนั้นอย่างถ่องแท้ ให้รู้ทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งทั้งกระบวนการ และ 4.ปรับความเชื่อที่ว่า ชีวิตเราคงทำได้แค่นี้ มาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ และเชื่อว่ามนุษย์สามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้
คำอวยพรใดๆ ในปีใหม่นี้ที่ท่านได้มา ก็ขอให้สมหวังทุกประการ แต่สุดท้ายคนที่จะทำพรนั้นเป็นจริง ก็คือตัวเราเอง หากเราปรับตัวได้ ต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะเป็น “คนไทย 2017” ที่ไม่ต้องไปห่วงว่า กระแสโลกจะเป็นอย่างไร เพราะยังไงคนไทยและประเทศไทยก็สู้ได้







