
คลอดพร้อมเพย์ งานหินอี-เพย์เมนต์รัฐ
การดำเนินการเรื่องอี-เพย์เมนต์ยังถือว่าทำมาได้น้อยมาก และในปีนี้ 2560 พร้อมเพย์ต้องเกิดแล้ว
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โครงการระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-เพย์เมนต์ เป็นนโยบายที่ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นการสร้างโครงสร้างทางการเงินและเศรษฐกิจ ลดต้นทุนทางด้านการเงินของประเทศ
นอกจากนี้ อี-เพย์เมนต์ ยังเป็นการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ ให้หนีประเทศคู่แข่งประเทศเพื่อนบ้านไปได้อีกหลายก้าว
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการอี-เพย์เมนต์ปลายปี 2558 ที่ผ่านมา และมีการเดินหน้าทันทีตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ผ่านมา แบ่งเป็น 5 แผนงานที่ต้องดำเนินการ ได้แก่ 1.คือการทำให้ทุกบัตรชำระเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ซึ่งมีการตั้งชื่อภายหลังว่า พร้อมเพย์
ด้านที่ 2.การทำให้เครื่องชำระเงินสามารถรับชำระเงินทุกบัตร 3.คือการเชื่อมโยงการชำระเงินทุกรายการเข้าสู่ระบบภาษีกรมสรรพากร 4.การเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบสวัสดิการสังคมของภาครัฐ เพื่อใช้เป็นฐานในการออกมาตรการดูแลประชาชนของรัฐบาล และรูปแบบที่ 5.คือ การให้แรงจูงใจเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้ามาใช้ระบบอี-เพย์เมนต์ เช่น การชิงโชค เป็นต้น
ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่สำคัญของอี-เพย์เมนต์ คือ การดำเนินการพร้อมเพย์ โดยเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนพร้อมเพย์กับธนาคารทุกแห่งตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา และจะเริ่มมีการโอนเงินพร้อมเพย์ได้ในเดือน ธ.ค. 2559
ปรากฏว่า การลงทะเบียนพร้อมเพย์ เป็นไปด้วยความสับสนประชาชนไม่แน่ใจความปลอดภัย ขณะที่ภาครัฐและนายธนาคารออกมายืนยันว่าระบบดังกล่าวมีความปลอดภัยสูง
อย่างไรก็ตาม เมื่อใกล้เดือน ธ.ค. 2559 ที่ต้องเริ่มมีการโอนเงินพร้อมเพย์ ปรากฏว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้บริหารธนาคารมีการหารือร่วมกันและออกแถลงว่า ไม่สามารถให้โอนเงินพร้อมเพย์ได้ตามกำหนด เนื่องจากการทดสอบพบว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น จึงขอเลื่อนไปใช้ในไตรมาสแรกของปีหน้า
ความล้มเหลวของพร้อมเพย์ ทำให้ระบบอี-เพย์เมนต์สะดุดไปทั้งหมด แผนงานอื่นๆ ดำเนินต่อไม่ได้หากไม่มีพร้อมเพย์ โดยเฉพาะการเชื่อมกับระบบของกรมสรรพากร และการแจกเงินสวัสดิการคนจน
ความล่าช้าของพร้อมเพย์ สร้างความไม่พอใจให้แก่ รมว.คลัง เนื่องจากในที่ประชุมติดตามการดำเนินการระบบอี-เพย์เมนต์ก่อนหน้านั้นที่ อภิศักดิ์ เป็นประธาน ทั้ง ธปท. และธนาคารพาณิชย์ ยังยืนยันว่าจะดำเนินการได้ทันตามกำหนดเริ่มใช้ในเดือน ธ.ค. 2559 แต่มาออกแถลงข่าวว่าดำเนินการไม่ทันโดยยังไม่รายงานที่ประชุม และเป็นการแถลงระหว่างที่ รมว.คลังไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศอีกด้วย
“การดำเนินการเรื่องอี-เพย์เมนต์ยังถือว่าทำมาได้น้อยมาก และในปีนี้ 2560 พร้อมเพย์ต้องเกิดแล้ว” อภิศักดิ์ กล่าวให้สัมภาษณ์
ความล่าช้าของพร้อมเพย์ ยังเป็นการทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นระบบอี-เพย์เมนต์ ซึ่งกระทรวงการคลังได้แก้ปัญหาโดยการให้ธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นแบงก์ของรัฐและมี สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง นั่งเป็นประธาน เดินหน้า พร้อมเพย์ดีเดย์จ่ายเงินคืนภาษีวันที่ 4 ม.ค. 2560 นอกจากสร้างความเชื่อมั่น ยังเป็นการดัดหลังธนาคารพาณิชย์ รวมถึง ธปท. ที่ทำให้อี-เพย์เมนต์สะดุดเพราะหวงค่าธรรมเนียม จนทำให้โครงการอี-เพย์เมนต์ของรัฐบาลไม่น่าเชื่อถือและดำเนินการได้ล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน







