
ตะลึงตั๋วบี/อีKC นอกงบ350ล้าน
บอร์ด KC พบหนี้ตั๋วบี/อี มูลค่า 350 ล้าน ไม่อยู่ในงบการเงิน เร่งตรวจอดีตกรรมการบริหาร ใช้เงินตามวัตถุประสงค์หรือไม่
โพสต์ทูเดย์ - บอร์ด KC พบหนี้ตั๋วบี/อี มูลค่า 350 ล้าน ไม่อยู่ในงบการเงิน เร่งตรวจอดีตกรรมการบริหาร ใช้เงินตามวัตถุประสงค์หรือไม่
นายธีราสิทธิ์ แสงเงิน กรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (KC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงกรณีการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ว่า บริษัทได้รับแจ้งจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ว่าบริษัทมีภาระหนี้ตามตั๋วบี/อีอื่นๆ นอกเหนือจากตั๋วบี/อี จำนวน 130 ล้านบาท ที่ผิดนัดชำระแก่ บลจ.โซลาริส ไปเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา อีกจำนวน 220 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ถึงกำหนดชำระ ส่งผลให้บริษัทเป็นหนี้ตั๋วบี/อี บลจ.โซลาริส รวม 350 ล้านบาท ซึ่งตั๋วดังกล่าวมีขนาดรายการเมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวม ณ งบการเงินงวดที่ผิดนัด ณ วันที่ 30 ก.ย. 2559 เท่ากับ 19.31% ของสินทรัพย์รวม
สำหรับแนวทางแก้ไขการผิดนัดชำระหนี้ บริษัทยังคงมีทรัพย์สินมากกว่าจำนวนหนี้สินและบริษัทได้ดำเนินการจดจำนองที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันให้กับกองทุนเปิดของ บลจ.โซลาริสแล้วเมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค. 2559 โดยที่ดินที่จำนองมีมูลค่าประเมินทรัพย์สินครอบคลุมจำนวนหนี้รวม 350 ล้านบาท และจะขายที่ดินรอการพัฒนาที่ยังไม่มีนโยบายเป็นโครงการในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อชำระหนี้คืน คาดว่าจะสามารถชำระหนี้ดังกล่าวครบภายใน 3 เดือน
นายธีราสิทธิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของคณะกรรมการบริษัทชุดปัจจุบันพบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า ตั๋วบี/อี จำนวน 350 ล้านบาท ที่บริษัทออกให้ บลจ.โซลาริส เป็นหนี้เงินกู้ยืมระยะสั้น ได้มีการออกตั๋วบี/อีในช่วงไตรมาส 4 ปี 2558 แต่ยอดหนี้ดังกล่าวไม่ปรากฏในรายงานการสอบทานข้อมูลทางการเงินระหว่างกาล โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2559 ในงบไตรมาส 3 และหรืองบการเงินไตรมาสก่อนหน้าของบริษัทและบริษัทย่อย
ทั้งนี้ ยอดหนี้ดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการบริษัทและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเพิ่งได้รับแจ้งภายหลังจากบริษัทได้ปิดนัดชำระหนี้ตั๋วบี/อี ที่ออกให้ บลจ.โซลาริส จำนวน 150 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา และได้จดจำนองที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันให้ บลจ.โซลาลิส เมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค. 2559 ซึ่งครอบคลุมมูลหนี้รวม 350 ล้านบาท
นายธีราสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการบริษัทชุดปัจจุบันกำลังดำเนินการตรวจสอบกระบวนการพิจารณาเพื่อออกตั๋วและการใช้เงินที่ได้รับจากการออกตั๋วบี/อีของอดีตกรรมการบริหารว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือไม่ ส่วนการแก้ไขรายงานการสอบทานข้อมูลทางการเงินระหว่างกาลโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต บริษัทและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตกำลังตรวจสอบและแก้ไขโดยเร็วที่สุด อาจมีผลกระทบต่อจำนวนหนี้เงินกู้ระยะสั้นและจำนวนทรัพย์สินรวมของบริษัทได้ จะแก้ตั้งเแต่ไตรมาส 3 ปี 2558 ถึงไตรมาส 3 ปี 2559
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งว่า บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) ยังไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงการชำระหนี้ตั๋วบี/อี ซึ่งเป็นข้อมูลที่อยู่ในวิสัยที่บริษัทสามารถชี้แจงได้ จึงขอให้ IFEC เร่งชี้แจงข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อเผยแพร่ผู้ลงทุนผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อนจะพิจารณาอนุญาตให้หลักทรัพย์ของ IFEC ซื้อขายได้







