
ตำรวจรถไฟพลิกโฉม บริการเชื่อมอาเซียน
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของประเทศ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ โดยเฉพาะระบบรางรัฐบาลจัดอันดับความสำคัญไว้ในอันดับต้นๆ วัดได้จากงบประมาณการอัดฉีดมูลค่ากว่าหลายแสนล้านบาทในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อพลิกโฉมเชื่อมการเดินทางระหว่างภูมิภาคทั่วทุกจังหวัดของประเทศ รวมถึงเส้นทางภูมิภาคชาติสมาชิกอาเซียนให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพิ่มทางเลือกการเดินทางที่หลากหลายให้กับผู้โดยสารทั้งคนไทยและต่างชาติ เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ช่วยกระจายรายได้จากการเดินทางสู่ฐานรากอย่างแท้จริง
การอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐานสากล สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รู้สึกถึงความเชื่อมั่น อุ่นใจตลอดระยะเวลาที่ใช้บริการรถไฟไทย แนวทางดังกล่าวนับเป็นภารกิจหลักที่ตำรวจรถไฟเตรียมเร่งดำเนินการนับจากนี้
หัวเรือหลัก พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รักษาการผู้บังคับการตำรวจรถไฟ เล่าว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเร่งพัฒนาระบบรางของประเทศให้เป็นเครื่องจักรใหญ่ขับเคลื่อนการเดินทางของคนไทยและชาวต่างชาติ และการขนส่งสินค้า เพราะการขนส่งระบบรางถือเป็นการเดินทางที่มีความปลอดภัยสูง สามารถกระจายการเดินทางลงสู่ท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจรถไฟได้วางแผนกลยุทธ์ปรับโครงสร้างการทำงานของตำรวจรถไฟปี 2560 เตรียมเพิ่มกำลังพลข้าราชการตำรวจเพิ่มกว่า 200 นาย ให้สอดคล้องกับหน้าที่การทำงานที่ขยายเพิ่มทั้งจำนวนการเดิน รถไฟ และการขยายเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคอาเซียน การเตรียมจัดหาพร้อมฝึกอบรมบุคลากรผู้ช่วย เจ้าพนักงานร่วมรักษาความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารบนขบวนรถไฟ และสถานีรถไฟกว่า 400 อัตราทั่วประเทศ โดยเตรียมงบประมาณบริหารจัดการ 315 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุน 200 ล้านบาท เช่น การจัดซื้อรถยนต์ จำนวน 47 คันทั่วประเทศ สำหรับตรวจการณ์ด้วย
พ.ต.อ.สุรพงษ์ บอกอีกว่า การจัดทัพปรับภาพลักษณ์ในองค์กรครั้งนี้ จะเพิ่มทักษะด้านภาษาที่ 2 และ 3 ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัคร ในภาษาหลักที่มองว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายเดินทางใช้บริการรถไฟไทย เช่น ภาษาจีน รัสเซีย ภาษาในกลุ่มประเทศชาติสมาชิกอาเซียน ซึ่งมองว่าเป็นกลุ่มที่ใช้บริการเพิ่มจำนวนมากขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ตำรวจรถไฟได้ร่วมมือกับเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ แลกเปลี่ยนฐานข้อมูลนักท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อเป็นข้อมูลเฝ้าระวังการก่อเหตุ ขณะที่ความร่วมมือในประเทศได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ต่างประเทศ คมนาคม แลกเปลี่ยนข้อมูลการจัดทำการตรวจคนเข้าเมือง พิธีการด้านศุลกากร กรณีการขนส่งให้ตำรวจรถไฟมีความรู้ความเข้าใจถึงกฎระเบียบให้มีทิศทางเดียวกัน
“ในปี 2560 รัฐบาลเตรียมศึกษาพร้อมจัดระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบรางให้มีความชัดเจนกับภารกิจหน้าที่ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตำรวจรถไฟกับขอบเขตความรับผิดชอบกับการดูแลที่เพิ่มขึ้น เช่น แอร์พอร์ตลิงค์ รถไฟสายสีแดง-รังสิต ป้องกันความสับสนของผู้โดยสารคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ” พ.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าว
สำหรับแนวทางการรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานีรถไฟ ปัจจุบันได้จัดทำสถานีรถไฟต้นแบบพื้นที่ปิด ได้แก่ หัวลำโพง เชียงใหม่ หาดใหญ่ จ.สงขลา และทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ให้มีทางเข้าออกได้ด้านเดียว ซึ่งมีลักษณะเดียวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยานที่มีการตรวจสแกนรักษาความปลอดภัยอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยปีหน้าเตรียมขยายพื้นที่ไปยังสถานีที่มีขอบเขตติดต่อกับเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น







