
ข้อคิดส่งท้าย ปี 2016‬
ในปี 2016 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป เป็นอีกปีที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในแวดวงธุรกิจและเทรนด์ใหม่ๆ จากฝั่งผู้บริโภค ดิฉันเองในฐานะที่เป็นนักวิชาการและเป็นผู้ประกอบการเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปีและได้ข้อสรุปว่า ตอนนี้เทรนด์ในเรื่องอินเทอร์เน็ตและวิถีดิจิทัลเป็นสิ่งที่กำลังเข้ามามีบทบาทกับเราในทุกๆ ด้านและจะมีความเข้มข้นขึ้นในปีหน้าค่ะ
ในปี 2016 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป เป็นอีกปีที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในแวดวงธุรกิจและเทรนด์ใหม่ๆ จากฝั่งผู้บริโภค ดิฉันเองในฐานะที่เป็นนักวิชาการและเป็นผู้ประกอบการเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปีและได้ข้อสรุปว่า ตอนนี้เทรนด์ในเรื่องอินเทอร์เน็ตและวิถีดิจิทัลเป็นสิ่งที่กำลังเข้ามามีบทบาทกับเราในทุกๆ ด้านและจะมีความเข้มข้นขึ้นในปีหน้าค่ะ
การเข้ามามีบทบาทของอินเทอร์เน็ตและบรรดาเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างชัดเจนค่ะ ปีนี้เราได้เห็นแบงก์หลายๆ แห่งในบ้านเราขยับตัวเรื่อง Fintech อย่างมากขึ้น ตามกระแสเรื่อง Fintech ที่กำลังมาแรงในต่างประเทศ ขณะเดียวกันในฝั่งของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างแบงก์ชาติเองก็ตื่นตัวมากในเรื่องนี้ในการออกฎระเบียบที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเติบโตของ Fintech มากขึ้นเพื่อหวังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงจาก Fintech ที่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนที่เราเริ่มเห็นตามข่าวก็คือ การที่แบงก์เริ่มลดจำนวนสาขาลงแล้ว สอดรับกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่ใช้บริการธนาคารผ่านแอพบนมือถือมากขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการเงินจากการเข้ามาของ Fintech นั้น เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างที่เกิดจากการเข้ามาของอินเทอร์เน็ตและวิถีดิจิทัล ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในทุกอุตสาหกรรม เราเห็นตัวอย่างมากมาย ทั้ง Airbnb, Uber, Grab, Amazon ที่นำเอามาวิถีดิจิทัลเข้ามาปรับเปลี่ยนวิถีทางธุรกิจใหม่หมด แม้แต่ในองค์กรที่ดิฉันบริหารอยู่เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ค่ะ ในทุกๆ กระบวนการทางธุรกิจเราจึงต้อง “Act Digitally” คือ มีการปฏิบัติการในแบบแผนดิจิทัลให้ทันกับโลกยุคใหม่ด้วย
แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นในภาคธุรกิจนั้น เกิดจากการขับเคลื่อนจากฟากของผู้บริโภค ทุกวันนี้ดิฉันสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตผู้คนที่เปลี่ยนมาเป็นวิถีดิจิทัลในทุกๆ เจเนอเรชั่นเลยค่ะ ในกลุ่มของเบบี้บูมที่กำลังจะเกษียณเองแม้จะสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่การใช้อินเทอร์เน็ตก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น แม้จะเน้นไปที่แอพที่ใช้งานไม่ยาก เช่น ไลน์ ก็ตามที
ขณะที่กลุ่ม Gen X และ Gen Y นั้น เป็นกลุ่มที่เติบโตมาและผลักดันคลื่นการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างมาก คนใน Gen X ซึ่งเป็นกลุ่มของดิฉันนั้นก็มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาในกระบวนการทำงานมากขึ้น ขณะที่ Gen y นั้นก็จะมีการใช้เพื่อตอบสนองในแง่ของความสะดวกสบายต่างๆ ความบันเทิง และในเรื่องของการทำงานเช่นกันและในปีหน้าที่กำลังจะมาถึงเราก็จะต้องรับมือกับกลุ่ม Gen Z ที่จะเริ่มเข้าสู่วัยทำงานและเป็นกำลังแรงงานในยุคหน้าด้วยค่ะ ซึ่งคนกลุ่มนี้นั้นพวกเขาจะสัมผัสกับโลกของอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีดิจิทัลตั้งแต่วัยเด็กเลย ดังนั้นทั้งหมดนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจที่ต้องรับมือการเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่จะถาโถมเข้ามาเพิ่มเติมจากคนกลุ่มต่างๆ ที่มีความต้องการแตกต่างๆ กันภายใต้วิถีดิจิทัลในยุคนี้
อีกความเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่ดิฉันสังเกตเห็นก็คือ เทคโนโลยีดิจิทัลส่งผลกระทบไปถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าขนาดใหญ่ของผู้บริโภคอย่างบ้านและรถยนต์ด้วย โดยปกติแล้วสินค้าอย่างบ้านและรถยนต์นั้นมีราคาสูงและอายุการใช้งานยาวนาน ผู้บริโภคจึงต้องการความมั่นใจในสินค้าก่อนซื้อ ดังนั้นปกติแล้วผู้บริโภคจะมาหาผู้ผลิตถึงหน้างาน เพื่อหาข้อมูลและสอบถามรายละเอียด แต่ปัจจุบันด้วยความสะดวกรวดเร็วของโลกออนไลน์ ผู้บริโภคมักหาข้อมูลและทำการตัดสินใจล่วงหน้าไปแล้วที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือมือถือ ผู้บริโภคมาหาผู้ขายหรือผู้ผลิตเพียงเพื่อมายืนยันความต้องการว่าจะซื้อบ้านหลังนั้น หรือรถคันนี้เท่านั้น ผู้ผลิตหรือผู้ขายไม่มีบทบาทด้านการให้ข้อมูลกับผู้บริโภค ณ จุดขายเลยค่ะ
สุดท้ายนี้ ดิฉันหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณผู้อ่านทุกท่านเข้าใจไฮไลต์สำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมาและนำไปปรับใช้ เพื่อรับมือกับโอกาสและความท้าทายต่างๆ จากปัจจัยดิจิทัลที่
จะขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงที่เข้มข้นขึ้นในปีหน้า สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยและความสุขในวันหยุดยาวนี้ สุขสันต์ปีใหม่ทุกท่านล่วงหน้าค่ะ







