
เดินหน้าขนส่งลุ่มน้ำโขง
ครม.ไฟเขียวโครงการเดินเรือล้านช้าง-แม่น้ำโขง
ครม.ไฟเขียวโครงการเดินเรือล้านช้าง-แม่น้ำโขง
ครม.ไฟเขียวแผนพัฒนาเดินเรือลุ่มน้ำโขง-ล้านช้าง จีนอุดหนุนงบกว่า 2 หมื่นล้าน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศล้านช้าง-แม่น้ำโขง ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเส้นทางเดินเรือ ปี 2558-2563 ซึ่งรวมถึงแผนปรับปรุงการเดินเรือในลำน้ำและแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาการขนส่งระหว่างกันตามมาตรฐานความปลอดภัย
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบให้ดำเนินการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือให้ครอบคลุมทั้งงานด้านศึกษา งานด้านสำรวจพื้นที่ และงานออกแบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการขนส่งทางน้ำและลดต้นทุนขนส่งในเส้นทางดังกล่าว โดยการปรับปรุงพื้นที่ให้เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ 150-500 ตัน สามารถแล่นผ่านได้ จากปัจจุบันที่รองรับได้เพียงเรือขนส่งสินค้าขนาด 150 ตัน
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยความสะดวกและประสานงานการเดินเรือระหว่างประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยการเข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการประสานการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้างและแม่น้ำโขง (JCCCN) ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศ จีน เมียนมา สปป.ลาว และไทย
“อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงไหลผ่านจีน ไทย เมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา 6 ประเทศ ยาว 4,880 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 7.95 แสนตารางกิโลเมตร ประชากร 326 ล้านคน และยังหารือโครงการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันในอนาคต อาทิ การจัดการทรัพยากรน้ำ การบรรเทาปัญหาความยากจน เรื่องสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน การแลกเปลี่ยนทรัพยากรบุคคล จนถึงการแลกเปลี่ยนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี” นายอาคม กล่าว
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเบื้องต้นจะศึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงร่องน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำทั้งสองแห่ง ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งสินค้าจากประเทศจีนตอนใต้ผ่านเข้าไทยสะดวกมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนไชน่า อาเซียน มาริไทม์ โคออเปอเรชั่น ฟันด์ จากรัฐบาลจีน จำนวน 655 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2 หมื่นล้านบาท
“การดำเนินงานในระยะแรกจะต้องให้ความสำคัญกับการสำรวจด้านวิศวกรรม ด้านการไหลของแม่น้ำ ธรณีวิทยา โดยฝ่ายไทยได้เน้นย้ำให้จีนต้องศึกษาการเปลี่ยนแปลงพื้นท้องน้ำ การกัดเซาะตลิ่ง และแนวร่องน้ำลึกเพื่อให้ไม่มีกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเขตแดนทางน้ำระหว่างไทยและลาว” นายกอบศักดิ์ กล่าว







