
วัดใจขสมก.รับรถเอ็นจีวีสำแดงเท็จ
เอกชนพลิ้ววัดใจ ขสมก. รับรถเมล์เอ็นจีวีสำแดงเท็จ ทำเรื่องขนออกส่งมอบต้นปีหน้า
เอกชนพลิ้ววัดใจ ขสมก. รับรถเมล์เอ็นจีวีสำแดงเท็จ ทำเรื่องขนออกส่งมอบต้นปีหน้า
นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า บริษัท บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า ผู้นำเข้ารถเมล์ในโครงการจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) จำนวน 489 คัน แจ้งกับกรมศุลกากรว่าจะขอนำรถเมล์เอ็นจีวีที่นำเข้าล็อตแรก 1 คัน โดยจะยอมเสียภาษีและจ่ายค่าปรับจากการสำแดงแหล่งผลิตเป็นเท็จ 2 เท่าของภาษีรวมเป็นเงิน 3.7 ล้านบาท โดยจะนำรถออกจากท่าเรือแหลมฉบังก่อนปีใหม่นี้
นอกจากนี้ จะขอนำรถเมล์เอ็นจีวี อีก 291 คัน ซึ่งยังไม่ได้ยื่นใบขนออก จากด่านท่าเรือแหลมฉบัง โดยยอมเสียภาษี 40% หรือคันละ 1.4 ล้านบาท ตามที่กรมศุลกากรประเมินว่าเป็นรถยนต์ที่ผลิตจากจีนไม่ใช่มาเลเซียตามที่ผู้นำเข้า สำแดงไว้ แต่ทางผู้นำเข้าจะขอสงวนสิทธิโต้แย้งการเสียภาษีดังกล่าวในภายหลัง โดยจะมีการนำรถล็อตนี้ออกจากท่าเรือหลังปีใหม่ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรจะหมายเหตุในใบขนของรถเมล์เอ็นจีวี 291 คัน ว่าเป็นชนิดเดียวกันกับรถที่นำออกไปคันแรกและมีปัญหาการสำแดงเป็นเท็จ ซึ่งจะต้องมีการต่อสู้ในคดีต่อไป
"ผู้นำเข้าไม่ยอมรับว่ารถเมล์ผลิตจากจีน ทั้งที่เป็นรถที่ผลิตจากมาเลเซีย ซึ่งจะต้องต่อสู้คดีกันต่อไป ส่วนองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะรับรถเมล์ที่นำออกไปหรือไม่ เป็นเรื่อง ขสมก. กรมศุลกากรมีหน้าที่เก็บภาษีให้ถูกต้องเท่านั้น" นายชัยยุทธ กล่าว
สำหรับรถเมล์เอ็นจีวีอีก 99 คัน ที่นำเข้ามาล็อตที่สองและสำแดงเป็นเท็จ ทางผู้นำเข้ายังไม่มีการแจ้งนำรถดังกล่าว ออกไป รวมถึงรถเมล์อีก 98 คัน ยังส่งมาไม่ถึงท่าเรือแหลมฉบัง คาดว่ายังอยู่ที่มาเลเซีย
นายชัยยุทธ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้กรมศุลกากรเคยแถลงผลการตรวจสอบการนำรถเมล์เอ็นจีวีทั้ง 489 คัน มีการขนรถสำเร็จรูปทั้งคันออกจากจีนไปมาเลเซีย และทยอยส่งมาไทยจำนวน 5 เที่ยวเรือ เที่ยวละ 1 คัน, 99 คัน, 145 คัน, 146 คัน และ 98 คัน ซึ่งกรมศุลกากรได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่มาเลเซียและจีน ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นรถที่ประกอบการจากจีน
ก่อนนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. ได้หารือถึงโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีที่ได้ลงนามสัญญากับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลวงเงิน 3,387 ล้านบาท รายงานที่ประชุมว่าวันที่ 29 ธ.ค. 2559 จะครบกำหนดส่งมอบรถเมล์ทั้งหมด
ทั้งนี้ บริษัท เบสท์รินฯ ยังไม่สามารถนำรถออกจากท่าเรือแหลมฉบังได้เพราะยังไม่เสียภาษีและค่าปรับ บอร์ดจึงได้เสนอให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนสัญญา แต่หากบริษัท เบสท์รินฯ ไม่สามารถส่งมอบรถได้ทันภายในวันที่ 29 ธ.ค. ทาง ขสมก.จะสั่งปรับวันละ 1.7 หมื่นบาท/คัน หรือตกวันละ 8 ล้านบาท
ขณะเดียวกันได้ขยายระยะเวลาให้ 2 เดือน หากไม่ส่งมอบภายในเดือน ก.พ. 2560 จะยกเลิกสัญญาทันที และจะขึ้นบัญชีดำบริษัท เบสท์รินฯ ไม่ให้เข้ามาประมูลโครงการของ ขสมก.อีก







