
บ๊ายบาย...ปี 2559
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
บทความส่งท้ายโบกมือลาปี 2559 ในมุมมองของคนส่วนใหญ่ทั้งนักธุรกิจ แผงลอย คนกินเงินเดือน และเกษตรกร เป็นปีที่เหนื่อยมากๆ เพราะสภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในทุกด้านประดังเข้ามาพร้อมกันขนาดดิน ฟ้า อากาศ ยังคาดเดายาก
ครึ่งปีแรกน้ำแล้งแห้งเกือบหมดเขื่อน พอสามเดือนให้หลังฝนตกไม่หยุดน้ำท่วมหนัก ขณะเดียวกันเอกชนทั้งรายใหญ่จนถึงรายย่อยต่างสามัคคีออกมาบ่นว่าปีที่แล้วเศรษฐกิจว่าแย่แล้วแต่ปีนี้อาการหนักกว่า
สำหรับปี 2559 ซึ่งเหลือเพียง 4 วัน จะเปลี่ยนสู่ศักราชใหม่ ก่อนที่จะหยุดยาวขอไล่เรียงเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเริ่มจากเปิดปีใหม่รัฐบาลประกาศว่าเศรษฐกิจจะไปโลดจีดีพีจะโตเกิน 4% แต่ช่วงนั้นนักวิชาการออกมาเตือนว่า เศรษฐกิจไทยอาจจะไม่ได้โตอย่างที่คาด
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าส่งออกจะขยายตัว 2-3% หลังจากนั้นเห็นว่ายังไม่สะใจปรับตัวเลขใหม่เป็น 5% แต่พอถึงวันนี้ตัวเลขส่งออกกลับติดลบ และจีดีพีอาจขยายตัวได้ไม่เกิน 3.4%
สภาวะที่มีผลต่อทั้งคนในเมืองและต่างจังหวัด คือ ราคาน้ำมันในเดือน ม.ค.ต่ำสุดในรอบ 20 ปี อยู่ที่ระดับ 33-34 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่ในช่วงปลายปีราคากลับสูงขึ้นและสูงสุดในรอบ 1 ปี คงต้องติดตามว่ากลุ่มโอเปกจะสามารถสามัคคีกันลดกำลังการผลิตได้จริงหรือไม่
พอถึงไตรมาส 2 รัฐบาลเริ่มเห็นเค้าว่าเศรษฐกิจอาจมีปัญหาแน่ๆ จึงได้จัดแพ็กเกจลงทุนและงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 2.3 แสนล้านบาท ลงไปในหมู่บ้านและตำบล มีโครงการลงทุนขนาดเล็กและสินเชื่อเอสเอ็มอี รวมกันเป็นหลักแสนล้าน ภาคเอกชนต่างออกมาขานรับว่ามาถูกทางแล้วเพราะในยามที่ส่งออกชะลอตัวคงพึ่งได้แต่การลงทุนของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของไทย คือ ระบบราชการซึ่งมีขั้นตอนที่ซับซ้อนทั้งที่มีเงินกระตุ้นเศรษฐกิจแต่การเบิกจ่ายกลับล่าช้า ช่วงกลางปียังเหลืองบอีก 40% ที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย เล่นเอาท่านนายกรัฐมนตรีต้องลงมากำกับด้วยตัวเองและยังเกทับด้วยการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและรัฐวิสาหกิจอีกไม่น้อยกว่า 2.4 ล้านล้านบาท
แต่พอถึงสิ้นปีโครงการส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มต้น ทำให้โครงการดี สตางค์มี แต่เบิกจ่ายไม่คล่องทำให้มีเงินจริงใช้จ่ายได้ไม่มาก เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมปีนี้จีดีพีจึงขยายตัวได้ต่ำกว่าที่คาด
เหตุการณ์ในปีนี้ที่ไม่กล่าวไม่ได้และเซอร์ไพรส์มากที่สุด คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน พ.ย.
ม้ามืด โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งดาวเด่นอย่าง ฮิลลารี คลินตัน แบบขาดลอย ที่เป็นประเด็น คือ นโยบายสุดโต่งคาดเดายาก ล่าสุดออกมาแถลงว่าจะสะสมนิวเคลียร์แข่งกับรัสเซียและทำท่าว่าจะเกิดการโต้ตอบด้านการค้าจากประเทศจีน
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ต้องนำมากล่าวเพราะสร้างความโศกเศร้าอย่างหาที่สุดไม่ได้ให้กับคนไทยทั้งประเทศ คือ การสูญเสียพ่อของแผ่นดิน แต่ขณะเดียวกันความเชื่อมั่นภายใต้การเปลี่ยนแผ่นดินใหม่เป็นแรงขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวเดินหน้าต่อไป...สวัสดีปีใหม่ครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







