
แนะดึงบี/อีขึ้นทะเบียน
บลจ.โซลาริส มองอุตสาหกรรมตั๋ว บี/อี เข้าสู่การปฏิรูป หลังเบี้ยวหนี้ทำนักลงทุนตื่นตัว แนะดึงตั๋ว บี/อี นอกระบบลงทะเบียน
บลจ.โซลาริส มองอุตสาหกรรมตั๋ว บี/อี เข้าสู่การปฏิรูป หลังเบี้ยวหนี้ทำนักลงทุนตื่นตัว แนะดึงตั๋ว บี/อี นอกระบบลงทะเบียน
นายสุพรรณ เศษธะพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) โซลาริส เปิดเผยภายหลังเกิดกรณีการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ของบริษัท เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมตั๋ว บี/อี จะเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านเพื่อเข้าสู่การปฏิรูปและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นมองได้ทั้งมุมดีและไม่ดี แม้จะทำให้ตลาดไม่มั่นใจในการลงทุนในตั๋ว บี/อี แต่ทำให้นักลงทุนเลือกบริษัทจัดการที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น แก้ปัญหาได้รวดเร็ว และปกป้องผลประโยชน์ของผู้ลงทุน ส่วนข้อเสียซัพพลายดีๆ ในอุตสาหกรรมอาจหายไปและยังส่งผลให้ผู้ที่อยากจะเข้ามาทดลองตลาดการออกตั๋ว บี/อี ลดน้อยลง ก็จะกลับเข้าสู่วงจรเดิมเหมือนเมื่อในอดีต
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมของตั๋ว บี/อี ซึ่งไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (เรตติ้ง) มีการเติบโตขึ้นมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากสภาพคล่องล้นระบบมาก ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อน้อยลง ส่งผลไปยังอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับการออกตั๋ว บี/อี มีต้นทุนต่ำ ทำให้ผลตอบแทนตั๋ว บี/อี อยู่ในระดับสูงกว่าเงินฝากธนาคารค่อนข้างมาก จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักทำให้ตั๋ว บี/อี เติบโตและเป็นที่ต้องการของนักลงทุนกลุ่มไฮเน็ตเวิร์ก หรือผู้ลงทุนที่ไม่ใช่รายย่อยและมีเงินลงทุนสูง (นักลงทุนกลุ่ม AI)
นายสุพรรณ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาของตั๋ว บี/อี ที่ออกกันมาก และมีการออกตั๋ว บี/อี ไปขายตรงให้กับผู้ลงทุนกลุ่มไฮเน็ตเวิร์กของบริษัทหลักทรัพย์ ทำให้เมื่อตั๋ว บี/อี ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ผู้ลงทุนเกิดความเสียหายโดยไม่มีใครดูแล อย่างไรก็ตามมองว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ตั๋ว บี/อี ที่ออกมาในแต่ละรอบให้เข้ามาจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไม่ว่าธุรกิจที่ออกตั๋ว บี/อี จะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หรือนอกตลาดหลักทรัพย์ก็ตาม เชื่อว่าแนวทางดังกล่าวน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง เพราะทำให้ ก.ล.ต.ติดตามความเคลื่อนไหวได้
“การเข้าลงทุนในตั๋ว บี/อี ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ หากนักลงทุนลงทุนผ่านกองทุนให้ผู้จัดการกองทุนเป็นผู้ดูแลให้ นักลงทุนก็จะไม่เกิดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าว เพราะผู้จัดการกองทุนของแต่ละ บลจ.มีความเชี่ยวชาญในการศึกษาข้อมูล หากพบปัญหาก็สามารถแก้ไขได้ ซึ่งต่างจากการซื้อตั๋ว บี/อี โดยตรง เพราะหากนักลงทุนไม่มีความเชี่ยวชาญพอ หรือไม่มีเครื่องมือในการจัดการในกรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ นักลงทุนอาจเกิดความเสียหายและทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในอุตสาหกรรม ดังนั้นนอกจากให้ตั๋ว บี/อี ที่ออกมาในระบบเข้ามาขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว การซื้อตรงตั๋ว บี/อี ควรจะไม่มีด้วยเช่นกัน” นายสุพรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม มองว่าตั๋ว บี/อี เป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการ หรือธุรกิจต่างๆ มีช่องทางในการกู้เงินหรือระดมทุนนอกเหนือจากการพึ่งพาเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานทางเลือกที่ผู้ประกอบการได้สัมปทานมาแล้ว แต่ไม่มีเงินทุนก่อสร้าง ธนาคารพาณิชย์ก็ไม่ปล่อยกู้เพราะต้องรอให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าเสร็จ ทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ต้องหันมาออกตั๋ว บี/อี ขณะที่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าใช้เวลาเพียง 6 เดือน ก็ขายไฟได้ ก็มีเงินมาชำระหนี้คืนหนี้ตั๋ว บี/อี รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้กู้ระยะสั้น ตั๋ว บี/อี จึงช่วยระบบเศรษฐกิจให้เติบโตได้
ทั้งนี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ระบุว่าในอุตสาหกรรมมีการออกตั๋ว บี/อี ประมาณ 3 แสนล้านบาท มีการจัดอันดับเครดิตประมาณ 67% และ 33% ไม่มีการจัดอันดับ
สำหรับ บลจ.โซลาริส เน้นออกกองทุนรวมเน้นลงทุนในตั๋ว บี/อี เพื่อเสนอขายให้แก่กลุ่มนักลงทุน AI ปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งปี 2560 สินทรัพย์คงทรงตัว







