
พรานทะเลหั่นราคา
พรานทะเล ผนึกค้าปลีกลดต้นทุน เปิดเมนูอาหารใหม่ขายถูก 30% รับกำลังซื้อคนไทยฝืด หวังดันรายได้โต 20% กวาด 1,300 ล้าน
พรานทะเล ผนึกค้าปลีกลดต้นทุน เปิดเมนูอาหารใหม่ขายถูก 30% รับกำลังซื้อคนไทยฝืด หวังดันรายได้โต 20% กวาด 1,300 ล้าน
นายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน ตราพรานทะเล เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปีหน้าบริษัทจับมือร่วมกับธุรกิจค้าปลีก ลดต้นทุนในด้านต่างๆ ลง เพื่อทำให้อาหารสำเร็จรูปพร้อมทานที่เปิดตัวใหม่มากกว่า 100 เมนู จำหน่ายราคาถูกลงโดยเฉลี่ย 30% เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ใช้ราคาเป็นปัจจัยการตัดสินใจซื้อ
ทั้งนี้ การจับมือกับกลุ่มค้าปลีกเพื่อลดต้นทุน เมื่อสินค้าของซัพพลายเออร์ขายได้ปริมาณมากขึ้น กลุ่มค้าปลีกก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้การใช้กลยุทธ์ราคาจะเป็นตัวผลักดันให้ภาพรวมธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานมูลค่า 8,000-1 หมื่นล้านบาท ในปีหน้ามีอัตราการเติบโต 15-20% ส่วนอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงมูลค่า 1.3-1.5 หมื่นล้านบาท การเติบโตต่ำกว่า 5-10%
“การออกเมนูอาหารถูกลง 30% เพื่อให้ลูกค้าจับต้องได้ง่ายขึ้น ก่อนหน้านี้บริษัทได้ร่วมมือกับเทสโก้ โลตัส นำกุ้งค็อกเทลราคา 250 บาท มาจำหน่ายราคา 99 บาท ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับบริษัทในช่วงปลายปีนี้มากกว่า 20-30% ถือว่าเป็นความร่วมมือกันระหว่างซัพพลายเออร์กับกลุ่มค้าปลีกในยามที่เศรษฐกิจไม่ดีก็ต้องจับมือร่วมกันมากขึ้น” นายอนุรัตน์ กล่าว
ขณะที่ในกลุ่มธุรกิจพรานทะเลฟู้ดคอร์ท จากการที่บริษัทสามารถบริหารต้นทุนราคาสินค้าได้ถูกลง จึงเดินหน้าขยายพรานทะเลฟู้ดคอร์ทเพิ่มจาก 120 สาขา เป็น 240 สาขา เดิมธุรกิจดังกล่าวมีสาขาถึง 400 สาขา แต่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้บริษัทต้องลดจำนวนสาขาเพราะปัญหาสินค้ามีราคาค่อนข้างสูง และปีหน้าบริษัทแตกไลน์กลุ่มสลัดผัก ซึ่งเป็นผักจากบริษัท พรานไพรฯ เป็นบริษัทในเครือของพรานทะเล
นายอนุรัตน์ กล่าวว่า งบตลาดใช้ราว 20 ล้านบาท มุ่งเน้นจัดกิจกรรม ณ จุดขาย เพราะเป็นจุดที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าและแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง และคาดว่าจะเป็นจุดที่เกิดการแข่งขันทำโปรโมชั่นอย่างรุนแรง สำหรับเป้าหมายรายได้ของบริษัทปีหน้าตั้งเป้า 1,300 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 10-20% จากสิ้นปีปิดรายได้ 1,100 ล้านบาท เติบโต 10%
อย่างไรก็ดี 3 ปีข้างหน้าวางแผนเปิดตลาดอาเซียน จากปัจจุบันมีความพร้อมทางด้านสินค้าอยู่แล้ว แต่ต้องรอให้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง ลาว เมียนมา มีความพร้อมก่อน เนื่องจากอาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน ต้องใช้ระบบความเย็นรักษาคุณภาพของอาหาร







