
รถไฟไทย-จีนควงเข้าครม.เดือนม.ค.-เปิดประมูลไฮสปีด2เส้นทาง
ลุ้นรถไฟไทย-จีนควงสายสีม่วงเข้าครม.เดือนมกราคม –เล็งเปิดประมูลไฮสปีด 2 เส้น ไตรมาส 3 ปีหน้า (กรุงเทพ-หัวหิน/กรุงเทพ-ระยอง) เปิดกว้างเอกชนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์
ลุ้นรถไฟไทย-จีนควงสายสีม่วงเข้าครม.เดือนมกราคม –เล็งเปิดประมูลไฮสปีด 2 เส้น ไตรมาส 3 ปีหน้า (กรุงเทพ-หัวหิน/กรุงเทพ-ระยอง) เปิดกว้างเอกชนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์
นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า โครงการรถไฟไทย-จีนขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาแบบรายละเอียดก่อนสรุปผลเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ภายในต้นเดือนมกราคม จากนั้นจะนำข้อสรุปไปหารือในการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ครั้งที่ 17 ระหว่างวันที่ 16-18 มกราคม 2560 ควบคู่ไปกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ วงเงิน 131,004 ล้านบาท ที่จะเข้าสู่ครม.ภายในเดือนมกราคมเช่นกัน ภายหลังจากที่คณะกรรมการเห็นชอบแบบรายละเอียดในช่วงต้นเดือนมกราคม เพื่อดำเนินการส่งมอบพื้นที่ก่อนเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงต้นปี 2561 และเปิดให้บริการในปี 2566
ส่วนความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ช่วง บางซื่อ-หัวมากและบางซื่อ-หัวลำโพงนั้นจะสามารถประกวดราคาได้ภายในเดือนมีนาคม ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแบบรายละเอียดให้สอดคล้องกับแบบของแอร์พอร์ตลิงก์ช่วงที่ใช้เส้นทางคู่ขนานกัน อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพ-หัวหิน ระยะทาง 211 กิโลเมตร วงเงิน 9.5 หมื่นล้านบาท และช่วงกรุงเทพ-ระยอง ระยะทาง 193.5 กิโลเมตร วงเงิน 1.52 แสนล้านบาท ที่จะเปิดให้เอกชนร่วมทุนตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมทุนฯ พ.ศ.2556 คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2560 ภายหลังจากผ่านขั้นตอนสคร.และตั้งคณะกรรมการ ม.35 ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี ไม่น่ามีปัญหาติดขัดเนื่องจากขณะนี้มีความพร้อมอยู่แล้วเนื่องจากได้เริ่มกระบวนการยกร่าและดำเนินการทีโออาร์คู่ขนานกันไปอยู่แล้ว
ทั้งนี้รถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทางนี้เปิดให้ผู้เสนอสามารถยื่นซองพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่เชิงพาณิชย์กรณีเดียวกันกับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู แต่เอกชนต้องลงทุนแผนศึกษาความเป็นไปได้และการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เอง โดยกรอบเวลาที่วางไว้คือ กระทรวงคมนาคมจะเร่งสรุปโครงการภายในสิ้นปี ก่อนเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามลำดับ จากนั้นจะลงนามในสัญญาจ้างออกแบบและที่ปรึกษาควบคุมงานได้ภายในเดือน ม.ค. 2560 เปิดประมูลในเดือน ก.พ. และเริ่มก่อสร้างในเดือน มี.ค.
นายพีระพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะเร่งลงนามสัญญารถไฟทางคู่ภายในวันที่ 26 มีนาคม จำนวนทั้งสิ้น 4 เส้นทาง วงเงินรวม 91,466 ล้านบาท ระยะทาง 612 กิโลเมตรประกอบด้วย เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร วงเงิน 17,249.90 ล้านบาท, เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 132 กิโลเมตร วงเงิน 29,449.31 ล้านบาท, รถไฟทางคู่เส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กิโลเมตร วงเงิน 24,722.28 ล้านบาท, เส้นทางนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กิโลเมตร วงเงิน20,046.41 ล้านบาท ส่วนด้านสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี วงเงิน 109,540 ล้านบาทคาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนเข้าสู่ครม.ช่วงเดือนเมษายนและลงนามสัญญาได้ภายใน พ.ค. 60
นายพีระพล เปิดเผยความคืบหน้าโครงการแอคชั่นแพลนว่า ความก้าวหน้าของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งภายใต้กรอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ปี 2559 รวมทั้งสิ้น 20โครงการ วงเงินรวม 1,410,763.35 ล้านบาท มีความคืบหน้าดังนี้ โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 7 โครงการ ได้แก่
1.โครงการทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กิโลเมตร วงเงิน 2.38หมื่นล้านบาท ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 13.41% คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในเดือนก.พ. 2562 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน
2.โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง เอ ในท่าเรือแหลมฉบัง วงเงิน 1.81 พันล้านบาท ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 53.25% กำหนดแล้วเสร็จปลายเดือนต.ค. 2560 รวมระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 630 วัน
3.โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง วงเงิน 2.03พันล้านบาท คืบหน้าไปแล้วกว่า 26.75% กำหนดแล้วเสร็จปลายเดือนก.ย.ปี 2560 พร้อมเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2561
4.โครงการมอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตะพุด วงเงิน 1.78 หมื่นล้านบาท ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 15.1% จะเปิดใช้บริการได้ภายในปี 2562
5.มอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชศรีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร วงเงิน 76,600 ล้านบาท ลงนามสัญญาไปแล้ว 25 ตอน ใช้เวลาก่อสร้างราว 2 ปีก่อนเปิดให้บริการในปี 2562
6.โครงการมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงิน 49,120 ล้านบาท ลงนามสัญญาไปแล้ว 9 ตอน ปัจจุบันได้ตัวผู้รับเหมาแล้ว 15 ตอน
7.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงิน 50,322 ล้านบาท ล่าช้ากว่าแผนในขั้นตอนก่อสร้างราว 4 เดือน ขณะนี้ลงนามสัญญาไปแล้ว 3 กลุ่มงานและประกวดราคาไปแล้ว 1 กลุ่ม จาก 7 กลุ่มงาน
นายพีระพล กล่าวว่า ส่วนโครงการซึ่งอยู่ระหว่างประกวดราคามีทั้งสิ้น 8 โครงการ ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี วงเงิน 56,691 ล้านบาท และสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง วงเงิน 54,644 ล้านบาทคาดว่าจะเข้าครม.ในเดือนมี.ค. เพื่อเปิดลงนามให้ทันในเดือนเมษายน 2560 ตามแผนเริ่มก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นในเดือนพ.ค.2560 ไปพร้อมกันทั้งสองสาย 3.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี วงเงิน 109,540 ล้านบาท 4.รถไฟทางคู่ประจวบ-ชุมพร 5.รถไฟทางคู่มาบกะเบา-จิระ 6.รถไฟทางคู่ลพบุรี-ปากน้ำโพ 7.รถไฟทางคู่ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 8.รถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ส่วนโครงการที่เตรียมเสนอครม.มีทั้งสิ้น 1 โครงการได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ







