posttoday
ส.ขอนแก่นลุยปรับหลังบ้าน

ส.ขอนแก่นลุยปรับหลังบ้าน

26 ธันวาคม 2559

ส.ขอนแก่น ขอลุยพัฒนาระบบภายใน หวังเดินตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รองรับธุรกิจขยายตัว

ส.ขอนแก่น ขอลุยพัฒนาระบบภายใน หวังเดินตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รองรับธุรกิจขยายตัว

นายเจริญ รุจิราโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2560 ที่จะถึงนี้ บริษัทจะหันมาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการด้วยการพัฒนาระบบไอที เพื่อให้การบริหารงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะกลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ประกอบกับในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจร้านอาหารทั้งสองแบรนด์ คือ ร้านแซ่บ คลาสสิค และร้านข้าวขาหมูยูนนานไปในตลาดต่างประเทศมากขึ้น จึงทำให้ต้องหันมาพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กร ภายใต้งบลงทุน 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าวถือเป็นการเดินตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ทำให้บริษัทต้องชะลอการขยายธุรกิจร้านแซ่บ คลาสสิค และร้านข้าวขาหมูยูนนาน เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในร้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนที่จะมีการขยายสาขาเพิ่มเติมในอนาคต

ปัจจุบันร้านอาหารแซ่บ คลาสสิค มีจำนวนสาขาเปิดให้บริการประมาณ 15 สาขา ในประเทศไทย ส่วนร้านข้าวขาหมูยูนนานมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการประมาณ 36 สาขา แบ่งเป็นสาขาที่เปิดให้บริการในประเทศไทยประมาณ 30 สาขา ลาว 3 สาขา และกัมพูชา 3 สาขา ในอนาคตมีแผนที่จะนำร้านข้าวขาหมูยูนนานเข้าไปเปิดให้บริการเพิ่มเติมที่ประเทศเวียดนาม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา

“นอกจากเราจะมีร้านอาหารที่เจาะกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันแล้วระหว่างร้านแซ่บ คลาสสิค และร้านข้าวขาหมูยูนนาน บริษัทยังมีการผลิตธุรกิจอาหารกล่องเข้าจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และนำกลุ่มสินค้าประเภทขบเคี้ยวในเครือบริษัทเข้าไปจำหน่ายภายในร้านอาหารของบริษัทอีกด้วย เพื่อเป็นการช่วยสร้างแบรนด์สินค้านอกเหนือจากการนำสินค้าเข้าจำหน่ายภายในห้างค้าปลีก” นายเจริญ กล่าว

นอกจากจะให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในบริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์แล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะเข้าไปสร้างฟาร์มสุกรในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาวภายใต้บริษัท ส.ปศุสัตว์ ร่วมกับพันธมิตรในประเทศลาว เนื่องจากในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจร้านอาหารไปในตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี หลังจากบริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปี 2559 น่าจะมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 2,700-2,800 ล้านบาท เติบโตจากปี 2558 ด้วยตัวเลข 2 หลัก ถือเป็นอัตราการเติบโตที่น่าพอใจ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายังอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือ หันมาให้ความสำคัญกับการซื้ออาหารสำเร็จรูปรับประทานมากขึ้น จึงทำให้ธุรกิจอาหารแปรรูปเนื้อสัตว์และอาหารกล่องสำเร็จรูปที่ขายในร้านเซเว่นฯ ของบริษัทได้ผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล