posttoday

ไดกิ้นย้ำไทยฐานส่งออก ลุยสินค้าใหม่เพิ่มรายได้

24 ธันวาคม 2559

ไดกิ้นย้ำไทยยังเป็นฐานผลิตส่งออกสำคัญ แม้ปีหน้าจะเริ่มผลิตแอร์ในเวียดนามและอินเดีย

โพสต์ทูเดย์ - ไดกิ้นย้ำไทยยังเป็นฐานผลิตส่งออกสำคัญ แม้ปีหน้าจะเริ่มผลิตแอร์ในเวียดนามและอินเดีย

นายฮิโตชิ ทานากะ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ เปิดเผยว่า แม้ว่าจะมีการขยายกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศไปยังประเทศเวียดนามและประเทศอินเดีย เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศเกือบเต็ม 100% แล้ว แต่บริษัทก็ยังคงให้ความสำคัญกับประเทศไทย และวางให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ เนื่องจากการเพิ่มกำลังการผลิตที่เวียดนามดังกล่าว เป็นไปเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจเครื่องปรับอากาศภายในประเทศเวียดนามเป็นหลัก จากเดิมการทำตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศเวียดนามจะเป็นการส่งออกสินค้ามาจากประเทศไทย

สำหรับกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศในประเทศเวียดนามนั้น บริษัทได้วางไว้ที่ประมาณ 1 ล้านยูนิต/ปี ขณะที่ประเทศอินเดียจะมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มจาก 5 แสนยูนิต/ปี เป็น 1 ล้านยูนิต/ปี คาดว่าประมาณไตรมาส 2 ของปี 2560 น่าจะเริ่มดำเนินการผลิตสินค้าเข้าทำตลาดได้

ปัจจุบันโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศไดกิ้นในประเทศไทยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านยูนิต แบ่งเป็น การผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 80% และทำตลาดภายในประเทศประมาณ 20% ซึ่งหลังจากลดการส่งออกสินค้าจากประเทศไทยไปทำตลาดในประเทศเวียดนาม บริษัทก็จะทำการขยายตลาดส่งออกไปประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม

“ปัจจัยที่บริษัทต้องหันไปสร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศในประเทศเวียดนาม เพราะว่าตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศเวียดนามมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้สินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศไทยไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า จึงต้องสร้างโรงงานผลิตสินค้า เพื่อทำตลาดในประเทศเวียดนามโดยเฉพาะ” นายทานากะ กล่าว

นายทานากะ กล่าวอีกว่า หากตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยมีการขยายตัวก้าวกระโดดแบบประเทศเวียดนาม บริษัทก็พร้อมที่จะใช้งบลงทุนสร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งใหม่ในประเทศไทย

นายสมพร จันกรีนภาวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ กล่าวว่า ในส่วนของแผนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการทำตลาดเครื่องปรับอากาศในระบบอินเวอร์เตอร์ เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เห็นได้จากสัดส่วนยอดขายเครื่องปรับอากาศในระบบอินเวอร์เตอร์ที่ปรับเพิ่มขึ้นทุกปีนับตั้งแต่ปี 2557 ที่มีสัดส่วน 17% ปี 2558 ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 25% และปี 2559 นี้ปรับเพิ่มขึ้นมา 31%

นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดในปีหน้าจำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ รุ่นซูเปอร์สไมล์ เครื่องปรับอากาศระบบนอน-อินเวอร์เตอร์ รุ่นสแมช ทู เครื่องปรับอากาศสกายแอร์ แบบฝั่งใต้ฝา รุ่น 8-way Cassette เครื่องปรับอากาศสกายแอร์ แบบแขวนใต้ฝ้า รุ่น FHNQ และเครื่องฟอกอากาศไดกิ้น

พร้อมกันนี้ ยังได้พัฒนาช่องทางการขายและบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยควบคุมประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจก้าวตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ ซึ่งหลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องคาดว่าสิ้นปีบัญชี 2560 จะมีส่วนแบ่งตลาดรวมอยู่ที่ 25% จาก 23% และมีส่วนแบ่งตลาดอินเวอรเตอร์เพิ่มขึ้นเป็น 35% จาก 32%

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด อาร์เซน่อล พบ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันนี้ 15 เม.ย.69