posttoday
มะม่วงกัมพูชา ทะลักเข้าไทย?

มะม่วงกัมพูชา ทะลักเข้าไทย?

23 ธันวาคม 2559

โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย

โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย

กรมวิชาการเกษตรของไทย ได้มีประกาศเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2559 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่าด้วย เรื่อง “เงื่อนไขการนำเข้าผลมะม่วงสดจากราชอาณาจักรกัมพูชา พ.ศ. 2559” โดยมีสาระสำคัญ คือ การอนุญาตให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเข้ามะม่วงจากกัมพูชาได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของกรมวิชาการเกษตรไทยและองค์กรอารักขาพืชแห่งชาติ (NPPO) โดยผู้นำเข้าไทยจะต้องจดทะเบียนพาณิชย์และมีใบอนุญาตนำเข้าอาหารและสิ่งที่ต้องห้ามจากการค้า ส่วนผู้ส่งออกกัมพูชาต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืชที่ออกโดย NPPO และใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (ฟอร์ม ดี) ออกโดยกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา ทั้งนี้เพื่อยกเว้นภาษีสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ซึ่งเอกสารของผู้ส่งออกทั้งสองอย่างต้องระบุชื่อผู้นำเข้าให้ตรงกัน 

มะม่วงในกัมพูชามีหลากหลายชนิดครับ เช่น มะม่วงแก้วจัน มะม่วงแก้วละเมียด หรือ “แก้วขมิ้น” มะม่วงแก้วละมุน และมะม่วงแก้วพงมอน เป็นต้น แต่มะม่วงที่นำเข้ามาขายในประเทศไทยปริมาณมากในขณะนี้ คือ “มะม่วงแก้วขมิ้น” ซึ่งกัมพูชาผลิตได้ปีละ 1,000 ตัน ส่วนใหญ่ปลูกในจังหวัดกัมพงสปรือ ที่เหลือปลูกในจังหวัดพระตะบอง และจังหวัดอื่นๆ มะม่วงแก้วขมิ้นมีการนำเข้ามากที่สุดที่ด่านถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี การนำเข้ามะม่วงที่ด่านบ้านผักกาดเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี จาก 800 ตัน ในปี 2556 เป็น 1,144 ตัน มีการนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้นจากกัมพูชากิโลกรัม (กก.) ละ 10 บาท แล้วขายต่อให้กับโรงงานใน จ.ราชบุรี สัดส่วน 30% ซึ่งมารับซื้อเองเพื่อไปทำมะม่วงอบแห้งและขายให้กับผู้ซื้อรายย่อยในตลาดสัดส่วน 70%

มีการนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้นมาขายวันละ 70-80 ตัน หรือเดือนละ 200 ตัน รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเหลือประมาณ 6 หมื่น-1 แสนบาท การออกระเบียบการนำเข้ามะม่วงดังกล่าวข้างต้นนั้น ทำให้ล้งไทยรายนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 2 แสนบาท (1 เดือนนำเข้า 11 ครั้ง) ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้ปัจจุบันจึงมีบริษัทที่ไม่ต้องการจดทะเบียนให้ถูกต้อง เพราะเกรงว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ที่น่าสนใจอีกอย่างคือมะม่วงที่นำเข้ามาบางครั้งมีการสำแดงไม่ตรงกันกับเอกสาร จากด่านฯ มะม่วงแก้วขมิ้นจะเข้าสู่ตลาดไทมากกว่าตลาดสี่มุมเมือง

นอกจากล้งไทยที่ด่านบ้านผักกาด ยังมีนักธุรกิจชาวกัมพูชาที่ตลาดไทนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้นมาขายวันละ 1,000 ลัง ลังละ 25 กก. ส่วนช่วงปลายปีจะนำเข้าวันละ 7,000 ลัง ราคารับซื้อจากกัมพูชา 10-12 บาท/กก. ราคาขายส่งให้แม่ค้าในตลาดไท 15 บาท/กก. แม่ค้าตลาดไทยขายต่อ 17-18 บาท/กก. ขายปลีกลูกละ 20-30 บาท เหตุผลที่สำคัญที่ทำให้มะม่วงแก้วขมิ้นเข้ามาในประเทศไทยมาก เพราะ 1.ความต้องการมะม่วงแก้วขมิ้น ทั้งจากผู้บริโภคในไทยและโรงงานแปรรูปที่จะเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต โดยเฉพาะในตลาดแอฟริกาและยุโรป

2.ผลผลิต/ไร่มะม่วงแก้วขมิ้นสูงกว่ามะม่วงอื่นของไทย 3.รสชาติมะม่วงแก้วขมิ้นมี 3 รส (เปรี้ยว หวาน มัน) และสีเหลืองขมิ้นที่สวย มะม่วงพันธุ์ไทยที่มีรสชาติใกล้เคียงกับแก้วขมิ้น คือ “มะม่วงมันขายตึก” 4.ผลผลิตมะม่วงพันธุ์ไทยลดลง และหากินได้ยากมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะ “มะม่วงแก้วไทย” 5.ราคาถูกเมื่อเทียบกับมะม่วงชนิดอื่นๆ แก้วขมิ้น 20-30 บาท/กก. และ 6.เป็นมะม่วงที่ทนต่อสภาพความแห้งแล้งและมีช่อดอกที่แข็งแรงทำให้ติดผลดก

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ปัจจุบันเกษตรกรได้หันมาปลูกแก้วขมิ้นมากขึ้น เช่น ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เกษตรกรปลูก 40 ไร่ ได้ผลผลิต 1.2แสน กก./ปี ขายส่ง กก.ละ 20 บาท ทำให้มีรายได้หักค่าใช้จ่าย เหลือ 2 ล้านบาท/ปี หรือเดือนละ 1.6 แสนบาท จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า “มะม่วงแก้วขมิ้น”  จึงเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่น่าสนใจ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกรไทยเพราะไม่ใช่เฉพาะไทยที่ต้องการเพิ่มขึ้นเท่านั้น

ขณะนี้จีนและเกาหลีใต้นำเข้าแก้วขมิ้นจากกัมพูชาจำนวนมากครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท