
คมนาคมสั่งเดินหน้าใช้เทคโนโลยีพัฒนาระบบขนส่ง
"อาคม" สั่งลุยใช้เทคโนโลยีพัฒนาระบบขนส่ง เน้นการให้ข้อมูลผู้เดินทาง เวลารถเมล์เข้า-ออกป้าย เส้นทางเลี่ยงรถติด
"อาคม" สั่งลุยใช้เทคโนโลยีพัฒนาระบบขนส่ง เน้นการให้ข้อมูลผู้เดินทาง เวลารถเมล์เข้า-ออกป้าย เส้นทางเลี่ยงรถติด
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการคมนาคม เปิดเผยภายหลังการสัมมนาสื่อสารถ่ายทอดแผนยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม (พ.ศ.2560-2564) ว่า การวางยุทธศาสตร์คมนาคมได้กำชับให้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้การขนส่งมวลชนทุกระบบโดยเฉพาะการให้ข้อมูลกับผู้เดินทาง จึงได้มอบให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เร่งนำระบบจีพีเอสมาใช้ติดตั้งกับรถเมล์ โดยเฉพาะรถเมล์เก่า เพื่อบอกระยะเวลาที่รถเมล์จะเข้าป้ายให้ประชาชนได้ทราบ ว่าจะมาถึงเวลาใด โดยให้เลือกเส้นทางเดินรถเมล์ที่ไม่ค่อยมีปัญหาการจราจรติดขัด จำนวน 20 เส้นทาง มานำร่องทดลองระบบในช่วงกลางปี 60 ก่อนจะใช้ในทุกเส้นทางต่อไป ควบคู่ไปกับกำชับให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) พัฒนาเทคโนโลยีระบุเวลาการจอดเทียบท่าของรถโดยสาร Shuttle Bus เชื่อมต่อระบบขนส่งเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล
"เมื่อผู้โดยสารเช็คอินที่ต้นทางทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จะต้องมีข้อมูลออกมาให้ผู้โดยสารทราบด้วยว่า เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินดอนเมืองแล้ว จะเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะใดได้บ้าง เช่น หากจะเดินทางด้วยแอร์พอร์ตลิ้งค์ รถเมล์ รถแท็กซี่ต้องไปตรงจุดใด โดยในส่วนของแท็กซี่ต้องแจ้งระยะทางพร้อมอัตราค่าโดยสารให้ทราบด้วย"นายอาคมกล่าว
นายอาคมกล่าวต่อว่า อุปสรรคในการพัฒนาด้านระบบขนส่งมวลชนซึ่งเป็นหนึ่งในแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ต้องเร่งรัดคือการเพิ่มบุคลากรภาคคมนาคมของประเทศซึ่งขณะนี้ยังประสบปัญหาขาดแคลนจำนวนมาก จนไม่เพียงพอต่อการรองรับโครงสร้างพื้นฐานหลายด้านที่รัฐบาลพยายามเร่งผลักดัน โดยเฉพาะโครงการรถไฟรางคู่ 10 เส้นทาง กระทรวงคมนาคมจึงต้องเร่งจัดหาบุคลากรเพิ่มเติมทั้งทางอากาศ ทางรางและทางบกโดยเฉพาะตำแหน่งช่างซ่อมบำรุงควบคู่ไปกับพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลตลอดจนนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาผสมผสานกับการทำงานของบุคลากรมากขึ้น ส่วนในภาพรวมมองว่าประเทศยังขาดแคลนบุคลากรด้านโลจิสติกส์ซึ่งธุรกิจบริการดังกล่าวจะขยายตัวได้อีกมากในอนาคตควบคู่ไปกับแผนเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
นายอาคม กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังมอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไปปรับปรุงเมนูอาหารต่างๆ ที่ให้บริการบนรถไฟรุ่นใหม่ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้โดยสารแนะนำเข้ามามากว่า อยากให้เป็นอาหารที่มีการปรุงสด ไม่อยากให้เป็นอาหารแช่แข็ง และที่สำคัญอยากเห็นเมนูข้าวผัดรถไฟ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการรถไฟ โดยสิ่งเหล่านี้ รฟท. ต้องนำไปปรับปรุงต่อไป เพราะเวลานี้มีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟรุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก จึงอยากให้ผู้ใช้บริการได้รับความพึงพอใจมากที่สุด
ทั้งนี้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คมนาคมขนส่งของประเทศแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ระบบการขนส่งคมนาคมที่บูรณาการ 2.การให้บริการ 3.ปฏิรูปองค์กรกับเรื่องกฎหมาย 4.การพัฒนาบุคลากรในภาคการขนส่ง และ 5.เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยต้องทำให้การคมนาคมยกระดับบูรณาการเชื่อมต่อ เช่น รถไฟฟ้าเชื่อมต่อระบบเรือ หรือรถเมล์ ซึ่งการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ใหม่ ก็จะต้องเชื่อมต่อเข้าไปยังจุดต่างๆ เพื่อรับส่งให้ประชาชนเกิดความสะดวกสบายมากที่สุด ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี







