
ศาสตร์ด้านดินและน้ำ พัฒนาไทยยั่งยืน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
งานเสวนา คุยกัน...ฉันท์วิทย์ “วิทยาศาสตร์ในศาสตร์พระราชา” ตอน ศาสตร์ด้านดินและน้ำ จัดโดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สสวทท.) เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ในพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านวิทยาศาสตร์ที่ทรงศึกษาและนำความรู้มาช่วยแก้ปัญหาให้แก่ประชาชนตลอดกว่า 70 ปี
“สันทัด โรจนสุนทร” ราชบัณฑิต กล่าวถึงวิทยาศาสตร์ในศาสตร์พระราชาด้านดิน ว่า สิ่งที่พระองค์ทำไม่มีใครสามารถทำได้ พระองค์สามารถทำทุกอย่างได้ทั้งหมด และพระองค์มีความสามารถด้านดินอย่างมหาศาล จึงมีการกำหนดให้วันที่ 5 ธ.ค. ที่เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ให้เป็นวันดินโลก และมีการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญเกียรติยศเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในโลก โดยให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็น “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”
ทั้งนี้ โครงการที่พระองค์ทรงทำได้ขอยกตัวอย่าง 2 โครงการที่เป็นหนึ่งเดียวในโลก คือ 1.โครงการแกล้งดิน และ 2.โครงการปลูกพืชทดแทนการปลูกฝิ่น โดยโครงการแกล้งดินที่สามารถทำให้รู้ได้ว่า ทำอย่างไรให้ดินเปรี้ยวที่สุด เป็นการแกล้งดิน และวิธีทำให้ถอนดินไม่ให้เปรี้ยว โดยโครงการนี้พระองค์ทำในหลายพื้นที่ เห็นได้จากในพื้นที่ภาคใต้ กลายเป็นพื้นที่ไม่มีปัญหาดินเปรี้ยวอีกต่อไป รวมทั้งทรงแนะนำการแกล้งดินที่ทำให้ชาวบ้านเข้าใจและทำได้เอง
โครงการปลูกพืชทดแทนการปลูกฝิ่น ที่พระองค์บอกสิ่งสำคัญคือ การต้องเปลี่ยนใจคนให้ได้และเป็นเรื่องใช้เวลานานนับสิบปี ซึ่งการที่จะชนะการปลูกฝิ่นได้จะมี 3-4 อย่างมาผสมกัน ทั้งการปลูกพืชทดแทน การสร้างถนนในพื้นที่ และการมีไฟฟ้าเข้าถึง โดยพืชที่ทรงแนะนำให้ชาวเขาปลูก ในพื้นที่ภาคเหนือ คือต้นท้อพันธุ์ดี และแนะนำการปลูกพืช ไม้ผลต่างๆ ที่ทรงใช้เวลา 20 ปี สามารถเปลี่ยนให้ชาวเขามาปลูกไม้ผลได้สำเร็จ
ทั้งหมดที่พระองค์ทรงทำ คือ ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจ และเกิดการอนุรักษ์พื้นที่ และทำให้ทุกคนมีอาชีพ มีความพอเพียงในชีวิตและจะช่วยลดปัญหาความยากจนได้ และที่ผ่านมาทำให้คนจนในประเทศลดลงได้มหาศาล
“รอยล จิตรดอน” ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. กล่าวถึงวิทยาศาสตร์ในศาสตร์พระราชาด้านน้ำ ว่า สสนก.ได้มีการรวบรวมข้อมูลน้ำทั่วประเทศที่เกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริ ที่เรียกว่า คลังข้อมูลน้ำของพระราชา ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลน้ำจากเว็บไซต์ Weather 901 ของ สสนก. เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายรายงานต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรับสั่งให้จัดทำข้อมูลผังน้ำที่มีข้อมูลครบถ้วนทั้งผังน้ำ ข้อมูลฝน ข้อมูลอ่างเก็บน้ำ และข้อมูลปริมาณน้ำต่างๆ โดยดูได้ผ่านเว็บไซต์ www.thaiwater.net รวมทั้งทรงสั่งให้เก็บข้อมูลทุกอย่างตั้งแต่ฟ้าจนถึงทะเล ซึ่งข้อมูลทั้งหมดสามารถนำมาช่วยชาวบ้าน กำหนดฤดูการเพาะปลูกได้ ดังนั้นข้อมูลการพัฒนาทรัพยากรน้ำของประเทศไทยจึงเกิดขึ้นและประชาชนใช้ได้จริง
ท่านยังทรงแก้ปัญหาทั้งเรื่องน้ำ เรื่องดิน และเรื่องป่าได้สำเร็จพร้อมกัน และแก้ด้วยพระองค์เอง รวมถึงแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำให้แก่ประชาชนในทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคอีสานที่แก้ปัญหาความแห้งแล้งและการเพาะปลูกได้สำเร็จ รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศ
“ทรงเข้าใจธรรมชาติ ความพอเหมาะ ความพอเพียง อยากให้ยกคำพูดคนโบราณบอกว่า เวลาปลูกข้าว 8 ปี น้ำเยอะ 5 นำน้อย 3 แสดงว่าทำนา 8 ปี กำไร 5 ปี ขาดทุน 3 ปี แต่เปลี่ยนมาแนวทางพระองค์ ความพอเพียง ทำแล้วกำไรไม่เยอะ แต่ไม่มีวันขาดทุน มีรายได้ตลอด” รอยล กล่าว
ในหลวงทรงพัฒนาประเทศมา 70 ปี ทรงเข้าใจประเทศไทยและคนไทยอย่างดี จึงทรงเน้นย้ำเรื่องความพอเพียง เป้าหมายที่ทรงวางไว้ให้คนไทยในการพัฒนาตลอดกว่า 70 ปี คือ ทำให้คนไทยมีความสุข มีความยั่งยืนในชีวิต







