posttoday
เงินเฟ้อปีหน้าขยับแน่ แบงก์ชี้กระทบหนี้ครัวเรือน

เงินเฟ้อปีหน้าขยับแน่ แบงก์ชี้กระทบหนี้ครัวเรือน

22 ธันวาคม 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ/ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

โดย...พรสวรรค์ นันทะ/ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

จาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า กนง.คาดว่า เงินเฟ้อปีหน้าอยู่ที่ 1.5% จากเดิม 2% อย่างไรก็ดี จากนี้ไป กนง.มองว่าเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มทยอยปรับสูง
ขึ้น และจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในไตรมาสแรกปี 2560 ขึ้นอยู่&O3242;กับราคาน้ำมันและราคาอาหารสดเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวในระดับต่ำ ส่วนปีนี้คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 0.2% จากเดิม 0.3%

จาตุรงค์ กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐไม่กดดันการทำนโยบายการเงินของ ธปท. เพราะที่ห่วงกันว่าเงินทุนจะไหลออก ก็ไม่ได้ไหลออกมานัก และการค้าขายไทยยังดี มีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดถึง 4.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเงินทุนยังไหลเข้ามาที่ไทยอีกพอสมควร ช่วยชดเชยส่วนที่ไหลออกได้ บวกกับทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูง ดังนั้นเสถียรภาพด้านต่างประเทศยังดี และพร้อมจะรับมือกับผล
กระทบที่จะมาจากต่างประเทศได้

ด้าน ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปี 2560 เป็นปีที่ท้าทายของ กนง. ในการดำเนินนโยบายและใช้เครื่องมือทางการเงินสร้างความสมดุลภายใต้ปัจจัยที่ผันผวน โดยตลาดคาดการณ์ตรงกันว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยต่ำ 1.5% ไปจนถึงสิ้นปี เพื่อเป็นแรงสนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัว แต่ปัจจัยภายนอกเริ่มกดดันมากขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญ คือ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอย่างเต็มกำลังหลังจากปรับขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค. แล้ว 1 ครั้ง และเตรียมปรับขึ้นอีก 3 ครั้ง ทำให้เงินบาทมีทิศทางโน้มอ่อนค่าลง แม้จะช่วยภาคธุรกิจส่งออกและประคองเศรษฐกิจได้ แต่มีผลทำให้เงินเฟ้อระหว่างทางเพิ่มขึ้น ต้นทุนกู้ยืมในประเทศแพงขึ้นจากดอกเบี้ยภายนอก ซึ่งเป็นผลของการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ในปี 2560 มีหลายปัจจัยที่สนับสนุนให้อัตราดอกเบี้ยตลาดของไทยขยับขึ้น นอกเหนือจากดอกเบี้ยเฟดแล้ว ต้องติดตามนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่อาจหนุนทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐมีโอกาสสูงขึ้นอีก ส่วนปัจจัยในประเทศมาจากความต้องการระดมทุนเพิ่มเติมจากภาครัฐ ประกอบกับทิศทางเงินเฟ้อในประเทศเริ่มทยอยขยับขึ้น

อย่างไรก็ดี ธุรกิจรายใหญ่และรัฐบาลที่มีโครงสร้างการกู้ยืมผ่านตลาดตราสารหนี้ต้องรับมือต้นทุนการเงินที่สูงขึ้นเช่น ล็อกเงินกู้ยาว หรือปรับดอกเบี้ยเป็นอัตราคงที่ หลังเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวแข็งแกร่งและเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 5 ปีของไทยปรับขึ้นไปแล้ว 0.8% และคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับขึ้นอีก 0.4-0.6% ในระยะ 1 ปีข้างหน้า

สำหรับดอกเบี้ยธนาคารไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากคาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ย 1.5% จนถึงสิ้นปี2560 ดังนั้นดอกเบี้ยเงินกู้ครัวเรือนสำหรับลูกหนี้รายย่อยไม่ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับดอกเบี้ยเงินฝากบนกระดานคงเดิม แต่ดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษจะสูงขึ้นตามสภาพคล่องและต้นทุนการเงินที่แท้จริง

“ความต้องการสภาพคล่องในประเทศจะเริ่มชัดเจนขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี ไม่ว่ามาจากสินเชื่อ การระดมทุนภาคเอกชน การกู้เงินของรัฐบาล ซึ่งทำให้ต้นทุนการเงินในตลาดสูงขึ้นแม้ดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เชื่อว่าธุรกิจรายใหญ่รับมือได้ เพราะต้นทุนภาระดอกเบี้ยจ่ายคิดเป็น 2.4% ของต้นทุน แม้ต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ยังบริหารจัดการได้”
ธัญญลักษณ์ กล่าว

ธัญญลักษณ์ กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อที่ปรับขึ้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนี้ครัวเรือนปี 2560 ทรงตัวในระดับสูง เพราะจากค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้นในภาวะที่กำลังซื้อยังอ่อนแอ อาจทำให้เกิดการก่อหนี้เพิ่มเพื่อไปใช้จ่ายหมุนเวียน แม้ว่าโครงการรถยนต์คันแรกเริ่มทยอยครบกำหนด ซึ่งในปี 2560 คาดว่าจะมีประมาณ 30% ปลอดหนี้ แต่มีผู้ก่อหนี้เพิ่ม ทำให้หนี้ครัวเรือนทรงตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ที่ระดับ 82%

ด้านภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ต้องจับตาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะแตะระดับสูงสุดในไตรมาส 3 ปี 2560 ที่ระดับ 3.01% โดยมีสมมติฐานสำคัญ คือ ต้องประคองให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2561 ที่ระดับ 3.5% ขณะที่ปีนี้สินเชื่อจะต้องขยายตัว 4% รายได้เกษตรกรไม่หดตัว และสามารถปรับโครงสร้างหนี้ให้ได้ 5 หมื่นล้านบาท/ไตรมาส ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่ต้องดูแลใกล้ชิด คือ เอสเอ็มอีขนาดกลางและเล็ก ลูกค้ารายย่อย และลูกค้าที่เคยปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท