
สมาคมการค้าและการเตรียมพร้อมรับเขตการค้าเสรี (ตอน 2)
....นคร สังขรัตน์
ประเทศไทยได้ประโยชน์จากการจัดทำเขตการค้าเสรี (Free Trade Area) หลายด้าน อาทิ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทยออสเตรเลีย ส่งผลทางด้านบวกในแง่ตลาดส่งออกในหลายประเภทสินค้า ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหารสำเร็จรูป เสื้อผ้าและสิ่งทอ ยานยนต์และชิ้นส่วน ไทยยังได้รับประโยชน์จากการปรับลดภาษีนำเข้าซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต ทำให้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกไปยังตลาดโลก และยังช่วยลดอุปสรรคจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ได้แก่ มาตรการสุขอนามัย และมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
โดยออสเตรเลียเป็นประเทศที่ใช้มาตรการสุขอนามัยที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่ผ่านมาไทยประสบปัญหาส่งออกอาหารและผักผลไม้ไปยังออสเตรเลียค่อนข้างมาก ดังนั้นการจัดทำเอฟทีเอไทยออสเตรเลีย ได้ตกลงที่จะจัดตั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และตกลงจะแก้ไขปัญหาสุขอนามัย ทำให้สินค้าเกษตรชั้นนำของไทยมีโอกาสเข้าตลาดออสเตรเลียมากขึ้น
ข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทยนิวซีแลนด์ ที่ไทยสามารถยืดระยะเวลาการลดภาษีของสินค้าทั้งหมดไปได้นานกว่าถึง 10 ปีเต็ม ดังนั้นการที่ไทยมีต้นทุนการผลิตของสินค้าหลายประเภทที่ต่ำกว่า ทำให้สามารถส่งออกได้มากขึ้นจากการตกลงลดภาษีสินค้าหลายรายการ โดยรายการที่ไทยจะได้รับประโยชน์มาก เช่น สินค้าเกษตร อาหาร การส่งออกแรงงานไปทำงานในนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทยนิวซีแลนด์ เป็นประเทศแรกที่ไทยจัดทำ FTA และตกลงให้ใช้การรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นความสะดวกอย่างหนึ่งที่ผู้ส่งออกไทยได้รับ
การเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทยญี่ปุ่น จะส่งผลกระทบทางด้านบวกต่อเศรษฐกิจของไทยในแง่ตลาดส่งออกในหลายประเภทสินค้า ได้แก่ สินค้าเกษตรกรรม และสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอัญมณี สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เคมีภัณฑ์ นอกจากนั้นยังส่งผลดีในด้านการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ลดเงื่อนไขคุณสมบัติด้านประสบการณ์ในการขอวีซ่าไปทำงานที่ญี่ปุ่น และสำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีโดยทั่วไปที่ญี่ปุ่นยอมรับที่จะพิจารณาเทียบวุฒิปริญญาตรีที่ได้รับในประเทศไทยเทียบเท่ากับวุฒิปริญญาที่ได้ในญี่ปุ่น ทำให้คนไทยสามารถเข้าไปตั้งกิจการให้บริการในญี่ปุ่นได้หลายสาขา นอกจากนี้การเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทยญี่ปุ่น ถือเป็นการเพิ่มโอกาสที่ญี่ปุ่นพร้อมจะถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านการผลิตในหลายด้านแก่ไทย
อินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรประมาณ 1,000 ล้านคน จึงเป็นตลาดใหญ่สำหรับสินค้าไทย การลดภาษีนำเข้าของสินค้าหลายประเภท เช่น น้ำตาล สิ่งทอ ยาง พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ ฯลฯ ทำให้ไทยได้รับประโยชน์ในการส่งสินค้าออกอย่างมาก เนื่องจากอินเดียกำหนดภาษีสินค้านำเข้าไว้ในอัตราที่สูงมาก ดังนั้นในอดีตที่ผ่านมาประเทศต่างๆ จึงประสบปัญหาในการส่งออกสินค้าไปยังอินเดีย ประเทศไทยเองก็ประสบปัญหาขาดดุลการค้ากับอินเดียมาตลอดเช่นเดียวกัน การที่ประเทศไทยทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับอินเดียจึงเป็นผลให้ไทยสามารถเพิ่มการส่งออกจนเกินดุลการค้ากับอินเดียได้ นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากการนำเข้าวัตถุดิบจากอินเดียซึ่งมีราคาถูก โดยเฉพาะสินค้าประมง เหล็ก เหล็กกล้า และปุ๋ย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตของไทย อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งด้านการผลิตภายในประเทศและการส่งออก
เขตการค้าเสรีอาเซียนจีน จะช่วยให้จีนกลายเป็นแหล่งวัตถุดิบราคาต่ำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน และยังสามารถใช้เป็นจุดแข็งร่วมกันของกลุ่ม เพื่อลดการพึ่งพาการค้าและการลงทุนจากประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับสมาชิกของกลุ่มอาเซียนจีน ในการเจรจาการค้ากับประเทศพัฒนาแล้วอีกด้วย
นอกจากนั้น ไทยจะส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรได้มากขึ้น โดยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ลำไยอบแห้ง ทุเรียนสด มะพร้าว กล้วย ดอกไม้แห้ง ดอกกล้วยไม้และดอกไม้สด ไก่สดแช่เย็นแช่แข็งทั้งตัว ชิ้นเนื้อและส่วนอื่นๆ ของไก่แช่แข็ง ปลาหมึกสดหรือแช่เย็น ปลาสดแช่เย็น ไปยังประเทศจีนได้มากขึ้น นอกจากนั้นในภาคอุตสาหกรรมที่นำเข้าวัตถุดิบจำเป็นจากจีน เช่น เหล็ก ชิ้นส่วนยานยนต์ จะได้รับประโยชน์จากต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบลดลง ทำให้ต้นทุนกิจการลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น
ท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติม เชิญเข้าร่วมงานสัมมนา
“สมาคมการค้าและการเตรียมความพร้อมรองรับเขตการค้าเสรี” เพื่อเผยแพร่และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบจากการจัดทำเขตการค้าเสรี และเพื่อระดมสมองภาคธุรกิจในการจัดทำคู่มือการปรับตัวรองรับเขตการค้าเสรี (FTA) โดยจัดสัมมนาใน 2 พื้นที่ คือ พื้นที่ภาคกลาง ระหว่างวันที่ 23 ก.ย. 2553 ณ ห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (ศูนย์วาสุกรี) จ.พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 67 ก.ย. 2553 ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น 7 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ติดต่อได้ที่เจ้าหน้าที่ประสานงาน โทรศัพท์ 0819197559 (การเข้าร่วมงานสัมมนาไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ)






