
รถบรรทุกไล่ชนกลางกรุงทำประกันชั้น3วงเงินคุ้มครอง6แสน
"สินมั่นคง"พร้อมจ่ายชดเชยสินไหมรถ 34 คัน เหยื่อรถบรรทุกคลั่งไล่ชนเสียหาย แต่วงเงินคุ้มครองแค่ 6 แสนบาท
"สินมั่นคง"พร้อมจ่ายชดเชยสินไหมรถ 34 คัน เหยื่อรถบรรทุกคลั่งไล่ชนเสียหาย แต่วงเงินคุ้มครองแค่ 6 แสนบาท
นายคมกริช เทียมถนอม ผู้จัดการฝ่ายสินไหมรถยนต์กลาง บริษัทสินมั่นคงประกันภัย เปิดเผยว่า จากกรณีนายเอกพจน์ ยศสิริ คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ขับรถชนรถจักรยานยนต์และรถยนต์ได้รับความเสียหายรวม 34 คันนั้น ทางบริษัทได้ตรวจสอบพบว่ารถบันทุกคันดังกล่าวได้ซื้อประกันภัยภาคสมัครใจประเภท 3 ไว้กับบริษัท โดยมีวงเงินความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก 6 แสนบาท และมีการซื้อประกันภัยภาคบังคับหรือพรบ.กับบริษัทด้วย
ทั้งนี้ บริษัทพร้อมที่จะชดเชยความเสียหายแก่รถที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ในลักษณะของการเฉลี่ยความเสียหายตามสัดส่วนภายใต้วงเงิน 6 แสนบาท ส่วนที่เกินนั้นทางผู้เสียหายต้องไปฟ้องร้องจากผู้ประกอบการรถบรรทุกด้วยตนเอง ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัย และประเมินความเสียหาย ลงพื้นที่ไปแล้ว 2 คน
ด้านผู้บาดเจ็บ จะได้รับความคุ้มครองตามพรบ. โดยจะรับผิดชอบจ่ายค่ารักษารายละไม่เกิน 8 หมื่นบาท หากความเสียหายสูงกว่านั้นก็จะไปใช้สิทธิประกันภัยภาคสมัครใจประเภท 3 ซึ่งมีวงเงินความคุ้มครองบุคคลภายนอก 1 ล้านบาทในลักษณะเฉลี่ยภัยต่อหนึ่งเหตุการณ์
"การเฉลี่ยความเสียหายนี้ จะต้องเรียกผู้เสียหายมาพร้อมกันทั้ง 34 รายแล้วมาตกลงกันตามระดับความเสียหาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าคนทั้ง 34 คนจะพร้อม แต่บริษัทก็พร้อมจะให้การดูแลเต็มที่"นายคมกริช กล่าว
นายคมกริช กล่าวว่า แม้ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำนายเอกพจน์ ให้การยอมรับว่าเสพยาไอซ์ จะยังได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ เพราะกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะยกเว้นกรณีเมาสุรา มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 150 มิลลิกรัม ส่วนการเสพยาเสพติดประเภทอื่นๆ ยังได้รับความรับความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากทรัพย์สิน กรณี มียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่าย แต่จะให้ความคุ้มครองชีวิตของบุคคลภายนอก ทางเจ้าของทรัพย์สินจะต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประกอบการรถบรรทุก และผู้ขับขี่ด้วยตัวเอง
"ตอนนี้ยังไม่ทราบผลสรุปของคดี แต่ผลจากเป็นการชนรถจำนวนมาก ทำให้บริษัทต้องประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว"นายคมกริช กล่าว







