
เมเจอร์ลงทุนรับดิจิตอล
ปีหน้า1,200ล้านดันรายได้ พร้อมปรับไอแมกซ์เพิ่มมูลค่า
โพสต์ทูเดย์
— เมเจอร์ฯ เร่งลงทุนรับปีหน้าภาพยนตร์สู่ยุคดิจิตอล ชี้ถ้าไม่มีปัญหาการเมืองโต 25% บูมเทคโนโลยีไอแมกซ์ดันยอดนายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมงบ 1,0001,200 ล้านบาท ลงทุนขยายโรงภาพยนตร์ปีหน้า รองรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมภาพยนตร์เข้าสู่ยุคดิจิตอลที่จะเห็นภาพชัดเจนตั้งแต่ปีหน้า โดยเฉพาะภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่จะเข้าฉายล้วนแต่ผลิตในระบบดิจิตอลแบบ 3 มิติ
งบลงทุนดังกล่าวจะใช้สำหรับขยายและปรับเปลี่ยนโรงภาพยนตร์จากปกติเป็นดิจิตอล โดยปีหน้าเพิ่มโรงภาพยนตร์อีก 3040 โรง เป็นโรงระบบดิจิตอล 20 โรง จากโรงภาพยนตร์ทั้งหมด 370 โรงทั่วประเทศ คาดใน 35 ปี จะเปลี่ยนโรงภาพยนตร์ให้เป็นระบบดิจิตอลให้ได้ 40% ของจำนวนโรงภาพยนตร์ทั้งหมด และมีโครงการลงทุนใหญ่ที่โครงการเมกา บางนา ใช้งบ 8001,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ จะเพิ่มจำนวนโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์แบบดิจิตอล ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโรงภาพยนตร์ให้ได้ 5 โรง ภายใน 3 ปี โดยเดือน ก.ย.นี้ จะเปิดที่สาขารัชโยธิน และปลายปีอีก 1 สาขา ส่วนปีหน้าจะเปิดที่ จ.เชียงใหม่
ทั้งนี้ โรงภาพยนตร์แบบไอแมกซ์ต้องใช้เงินลงทุน 4045 ล้านบาทต่อโรง ขณะที่สร้างรายได้สูงกว่าภาพยนตร์ปกติ 78 เท่า โดยปีนี้คาดว่าโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์จะมีรายได้ 96 ล้านบาท เติบโต 30% จากปีที่แล้ว ที่มีรายได้รวม 73 ล้านบาท ปัจจุบันไอแมกซ์มีจำนวนผู้เข้าชม 2 แสนคนต่อปี
นายวิชา กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะปีนี้ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นเข้าสู่ยุคดิจิตอล 3 มิติ หากไม่สะดุดปัญหาการเมืองในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. อุตสาหกรรมจะเติบโตไม่น้อยกว่า 25% จากปีที่แล้วที่ขยายตัวในสัดส่วน 1015% คาดว่าปีนี้อุตสาหกรรมภาพยนตร์จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท
สำหรับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกขยายตัว 19% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จะเติบโต 10% ขณะที่ไตรมาส 3 อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นผลจากภาพยนตร์ที่เข้าฉายส่วนใหญ่ได้รับความนิยมทั้งภาพยนตร์ฮอลลีวูดและไทย ซึ่งภาพยนตร์ไทยปีนี้ทำรายได้เพิ่มสูงมาก โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด







