posttoday
อาเซียนกับ‘ทรัมป์’ (จบ)

อาเซียนกับ‘ทรัมป์’ (จบ)

21 ธันวาคม 2559

โดย...การดี เลียวไพโรจน์

โดย...การดี เลียวไพโรจน์

จากบทความตอนที่แล้วที่วิเคราะห์ถึงผลกระทบและโอกาสของอาเซียนที่แฝงอยู่จากนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีของสหรัฐ ด้านการผลิต ส่งออก และระบบซัพพลายเชนของโลกใหม่ ไปจนถึงโอกาสจากการชะลอตัวของ TPP ฉบับนี้วิเคราะห์ถึงการจ้างงานและอนาคตธุรกิจการศึกษาในสหรัฐ

การจ้างงาน การสร้างงาน และการกีดกันโอกาสของแรงงานต่างชาติ งานเพื่อคนอเมริกันก่อน การออกวีซ่าทำงานให้กับชาวต่างชาติจะมีความเข้มข้นขึ้น บริษัทผู้ว่าจ้างจะมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ประเทศอาเซียนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด น่าจะเป็นแรงงานจากฟิลิปปินส์ กว่า 3.4 ล้านคน ที่อยู่ในประเทศสหรัฐ นับเป็นกว่า 1 ใน 3 ของแรงงานฟิลิปปินส์ที่อยู่นอกประเทศ จากทั้งหมดราว 10.2 ล้านคน  สำหรับประเทศฟิลิปปินส์แล้วแรงงานที่อยู่นอกประเทศเหล่านี้ เป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจหลักที่นำรายได้กลับประเทศกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/ปี

แต่ก็ต้องยอมรับว่างานที่แรงงานต่างชาติเข้าไปทำในสหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นงานที่ชาวอเมริกันทำไม่ได้ เป็นงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือเป็นงานบริการทั่วไปและงานที่ใช้แรงงาน ดังนั้นการกีดกันแรงงานต่างชาติอย่างสุดโต่งจะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมของคนอเมริกันเช่นเดียวกัน

อีกมุมมองหนึ่ง แรงงานอาเซียนที่กังวลเรื่องนโยบายของทรัมป์จะทำให้โอกาสการจ้างงานนั้นน้อยลง อาจไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าที่คิด แต่สิ่งที่แรงงานอาเซียนต้องเป็นกังวลมากกว่า คือ ความเสี่ยงในการถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรกล จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ไม่ใช่นโยบายของทรัมป์

คนรุ่นใหม่จะไปเรียนอเมริกาได้ยากขึ้น ทุนการศึกษาจะน้อยลงหรือไม่ นักเรียนนานาชาติในอเมริกามีอยู่ประมาณ 1,043,839 คน ในปี 2558-2559 ในจำนวนนี้ราว 1 ใน 3 เป็นนักเรียนจากประเทศจีน เป็นที่รู้กันว่าค่าเทอมของนักเรียนนานาชาตินั้นแพงกว่าคนสัญชาติอเมริกันถึง 2-3 เท่า นั่นก็แปลว่าการสนับสนุนรายได้ในสถาบันการศึกษาส่วนหลัก นอกเหนือจากการสนับสนุนของรัฐ การบริจาคจากเอกชน อีกส่วนที่สำคัญก็คือรายได้จากนักเรียนนานาชาตินั่นเอง และที่เห็นเรื่อยมา มหาวิทยาลัยระดับไอวีลีกมีการเดินสายขอรับบริจาคจากศิษย์เก่าดังๆ และตระกูลใหญ่ในไทยเพื่อไปสร้างตึก สนับสนุนหลักสูตรไทยศึกษา หลักสูตรอาเซียนศึกษา และอื่นๆ พร้อมสร้างความสัมพันธ์เพื่ออนาคตการศึกษาลูกหลานตระกูลนั้น

ดังนั้น หากเครื่องยนต์การหารายได้นั้นโดนดับไป จะส่งผลต่อรายได้ในภาพรวมของธุรกิจการศึกษา และอาจส่งผลให้คนอมเริกันต้องจ่ายค่าเล่าเรียนสูงขึ้น ซึ่งก็สวนทางกับแนวนโยบายของทรัมป์ที่ต้องการให้คนอเมริกันทั่วไปได้มีโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้ง่ายขึ้นและไม่ต้องติดหนี้ติดสินมากมายเมื่อเรียนจบ

แม้ว่าจะมีนโยบาย America First แต่อเมริกาก็ยังต้องการคนเก่งๆ หลายคนกังวลว่าการให้ทุนการศึกษาในสหรัฐจะถูกจำกัดหรือไม่ ทั้งนี้วิเคราะห์ว่าอาจถูกจำกัดให้น้อยลง แต่จะไม่ยกเลิก

ทั้งนี้ เพราะอเมริกาก็ยังมีความต้องการคนเก่งๆ The Best & The Brightest เพื่อเข้าประเทศและสร้างนวัตกรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ต่อไป

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี