posttoday
ต้องไม่ควบคุมสื่อ

ต้องไม่ควบคุมสื่อ

21 ธันวาคม 2559

ความพยายามของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ที่เตรียมนำเสนอร่างกฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา ในชื่อว่า “ร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ” ที่อ้างว่าเพื่อยกระดับการทำงานของสื่อมวลชน ฟังดูผิวเผินควรที่จะสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปสื่อในภาพรวม แต่เมื่อสำรวจเนื้อแท้กลับพบว่าเป็นการเปิดช่องให้ภาครัฐเข้ามาแทรกแซงสื่อมวลชน ซึ่งจะกระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนโดยส่วนรวม

ความพยายามของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ที่เตรียมนำเสนอร่างกฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา ในชื่อว่า “ร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ” ที่อ้างว่าเพื่อยกระดับการทำงานของสื่อมวลชน ฟังดูผิวเผินควรที่จะสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปสื่อในภาพรวม แต่เมื่อสำรวจเนื้อแท้กลับพบว่าเป็นการเปิดช่องให้ภาครัฐเข้ามาแทรกแซงสื่อมวลชน ซึ่งจะกระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนโดยส่วนรวม

ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนที่ กมธ.ชุดนี้เตรียมนำเสนอต่อที่ประชุม สปท.เพื่อรับทราบก่อนส่งต่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ สาระสำคัญของร่างฯ กำหนดให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ เป็นองค์กรหลักที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและความเป็นอิสระของสื่อมวลชน ส่งเสริมมาตรฐานแห่งวิชาชีพ และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ซึ่งได้รับผลกระทบจากการใช้เสรีภาพของสื่อมวลชน

กลไกการทำงานกำหนดให้มี “คณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ” ทำหน้าที่พิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีมีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ด้วยการตักเตือน สั่งปรับ ลงโทษ สภาวิชาชีพยังมีหน้าที่ออกใบรับรองผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่จะเป็นสมาชิกขององค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนนั้น

สิ่งที่น่าห่วงคือ ในมาตรา 41 กำหนดโครงสร้างของ“คณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ” ประกอบด้วย ผู้แทนสมาชิกสภาวิชาชีพ 5 คน และมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นอีก 4 คนที่ผู้แทนสภาวิชาชีพและผู้แทนภาครัฐตามที่กล่าวข้างต้นจะเป็นผู้คัดเลือกกรรมการในส่วนนี้มา

ทั้งหลักคิดและโครงสร้างของคณะกรรมการที่อยู่ในร่างกฎหมายของ สปท.ฉบับนี้ นำโดยปลัดกระทรวงเข้ามาเป็นกรรมการ และยังมีหน้าที่เลือกกรรมการเพิ่มเข้ามาอีก ผิดหลักในการมุ่ง “คุ้มครอง” สิทธิเสรีภาพโดยเฉพาะ “ความเป็นอิสระ” ของสื่อมวลชนดังที่กล่าวอ้าง ตรงกันข้ามเป็นการ “ควบคุม” สื่อมวลชนผ่านกลไกอำนาจรัฐอย่างแนบเนียน

นอกจากนี้ ตามอำนาจหน้าที่คณะกรรมการดังกล่าวยังรับขึ้นทะเบียนและเพิกถอนใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน เปิดทางให้รัฐเข้าใช้อำนาจผ่านกลไกนี้ขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพตามมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบจากประชามติที่ว่า “บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ”

ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงถอยหลังเข้าคลอง อย่างไรก็ดีเราเห็นด้วยกับแนวคิดในการปฏิรูปสื่อ โดยเฉพาะสื่อบางส่วนที่มีปัญหาด้านจริยธรรมจริง แต่การแก้ปัญหาควรเพิ่มอำนาจองค์กรสื่อที่มีอยู่ปัจจุบันให้กำกับกันเองได้อย่างแท้จริงมิใช่สร้าง “ซูเปอร์องค์กร” ขึ้นมารวบอำนาจและใช้วิธีอำพรางว่าเป็นกฎหมายคุ้มครองสื่อ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท