
แมนูไลฟ์ชูหุ้นแจกกำไร
กลุ่มรับเหมาฯ-ค้าปลีก ผลตอบแทนเกิน10%
กลุ่มรับเหมาฯ-ค้าปลีก ผลตอบแทนเกิน10%
บลจ.แมนูไลฟ์ มองหุ้นไทยแกว่ง 1,550 จุด ถึงกลางปีหน้า ชูหุ้นรับเหมาฯ-ค้าปลีกแจกกำไรเกิน 10%
น.ส.จินตนา เมฆินทรางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยจากนี้ไปจนถึงกลางปี 2560 มองดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,550 จุด โดยกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจและยังมีโอกาสให้ผลตอบแทนเกิน 10% ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและกลุ่มพาณิชย์ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก
“กลุ่มรับหมาก่อสร้างได้รับอานิสงส์จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ทำให้มีงานในมือต่อเนื่อง แต่ต้องเล่นเป็นรอบ เนื่องจากหุ้นจะปรับขึ้นเมื่อมีการประมูล ดังนั้นนักลงทุนควรรอซื้อเมื่อราคาหุ้นปรับฐานและรอขายเมื่อราคาปรับตัวขึ้นรับข่าวการประมูล ส่วนหุ้นกลุ่มค้าปลีกได้ผลดีจากมาตรการช็อปช่วยชาติ แม้จะเป็นมาตรการระยะสั้นวันที่ 14-31 ธ.ค. 2559 แต่หนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้ในช่วงสั้น” น.ส.จินตนา กล่าว
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานจากนี้ไปจนถึงปีหน้าคาดว่าจะได้ผลดีจากราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการที่ประเทศกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก 11 ประเทศ ลดกำลังการผลิตน้ำมันตามที่ตกลงก่อนหน้านี้ น่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันปีหน้าแกว่งตัวแถว 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
สำหรับปัจจัยต่างประเทศยังกดดันตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แม้สัปดาห์ที่ผ่านมาจะปรับลดลง 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ยังมีความไม่แน่นอนของการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งจะต้องรอดูนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงจากการเมืองในยุโรปหลังจากนายกรัฐมนตรีอิตาลีลาออก ทำให้นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและการกระตุ้นการลงทุนหยุดชะงัก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอีกหลายประเทศในปีหน้า
“หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าคาด แสดงว่าเศรษฐกิจต้องดีจริงและน่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ภาพระยะยาวไม่น่ากลัว แต่ในช่วงแรกตลาดอาจผันผวน เพราะค่าเงินสหรัฐแข็งค่าจากเงินไหลกลับ ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อน แต่เมื่อทุกอย่างนิ่งก็อาจเห็นเงินไหลกลับมาในปีหน้า” น.ส.จินตนา กล่าว
แนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนยังขยายตัวได้ดี โดยประเมินปีหน้าเติบโตระดับ 10% และผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 3.2-3.5% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลค่อนข้างมาก ดังนั้นแม้ระยะสั้นจะมีปัจจัยลบจากต่างประเทศกดดัน แต่โดยรวมตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจในปี 2560







