posttoday
SSIใหญ่สุดอาเซียนเหล็กครบวงจร

SSIใหญ่สุดอาเซียนเหล็กครบวงจร

31 สิงหาคม 2553

ซื้อโรงถลุงเพิ่มมาร์จินกำไรยั่งยืนทุน1.6หมื่นคิดเพิ่มทุนกู้แบงก์

โพสต์ทูเดย์ — SSI ผ่าทางตันการเติบโต ซื้อโรงงานถลุงเหล็กแดนผู้ดี คว้าตำแหน่งผู้ผลิตเหล็กครบวงจรใหญ่สุดอาเซียน ผลิตต้นน้ำ มาร์จินสูง ลดความผันผวนกำไร สินค้าถูกใจลูกค้า

นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาอินดัสตรี (SSI) เปิดแถลงข่าวภายหลังลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เข้าซื้อสินทรัพย์ของโรงงานถลุงเหล็ก Teesside Cast Products (TCP) บริษัทลูกของทาทา สตีล กรุ๊ป ที่ประเทศอังกฤษ ว่า บริษัทจะสามารถปิดการเจรจาการซื้อขายสินทรัพย์ครั้งนี้ภายในสิ้นปีนี้ได้ ซึ่งทำให้บริษัทกลายเป็นผู้ผลิตเหล็กครบวงจรรายใหญ่สุดในกลุ่มอาเซียน ทั้งในแง่ของยอดขายและปริมาณ

“บริษัทลงทุนครั้งนี้จะช่วยสร้างยอดขายที่มั่นคงมากขึ้น ส่วนรายได้ก็จะปรับขึ้นเล็กน้อยจากธุรกิจเสริมด้านสาธารณูปโภคที่อยู่ในสินทรัพย์ เช่น โรงไฟฟ้า การขนส่งจากท่าเรือน้ำลึก ขี้ตะกรัน และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับปิโตรเคมี แต่ที่เห็นผลชัดคือการเติบโตของกำไรสุทธิที่จะเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เพราะได้แหล่งผลิตเหล็กต้นน้ำที่จะช่วยลดต้นทุนผลิต และเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน) มากขึ้น” นายวิน กล่าว

อย่างไรก็ดี เอ็มโอยูถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ช่วยผ่าทางตันการลงทุนของบริษัท ซึ่งเดิมบริษัทเริ่มต้นจากแหล่งระดับกลางที่ไม่สามารถควบคุมคุณภาพเหล็กได้ แต่จากนี้ไปบริษัทสามารถควบคุมคุณภาพเหล็กได้ตั้งแต่ต้น ผลิตเหล็กได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เพราะจะช่วยลูกค้าสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าได้ และยังป้อนผลิตภัณฑ์ใหม่ได้มากขึ้น ที่สำคัญจะช่วยบริษัทรับมือภาวะผันผวนของราคาเหล็กมากขึ้น และลดภาระการก่อหนี้ที่เกิดจากการสต๊อกสินค้าคงคลัง

นอกจากนั้น การซื้อโรงงานถลุงเหล็กทำให้บริษัทดำเนินงานสอดรับกับแผนธุรกิจใหม่ที่ตั้งเป้าว่า ภายในปี 2555 จะมีปริมาณการขายเหล็ก 3 ล้านตันต่อปี จากเป้าหมายสิ้นปีนี้ที่จะมีปริมาณผลิตที่ 2.7 ล้านตันต่อปี

ทั้งนี้ การซื้อเพียงสินทรัพย์อย่างโรงงานและที่ดิน ไม่ใช่เป็นการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัท TCP จึงไม่มีภาระผูกพันต้องบันทึกการขาดทุนของ TCP ที่มีอยู่ก่อนหน้า

สำหรับแหล่งเงินลงทุนประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท หรือ 500 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น นายวิน กล่าวว่า ที่ปรึกษาทางการเงิน 2 แห่ง คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ Royal Bank of Scotland (RBS) อยู่ระหว่างการออกแบบการหาแหล่งเงินทุน ทั้งการกู้เงินจากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงทางเลือกเพิ่มทุนจดทะเบียน ปัจจุบันหนี้สินของบริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นหนี้สินถาวร แต่เป็นหนี้สินค้าคงคลัง

“การซื้อธุรกิจที่มีอยู่แล้วจะทำให้เราเติบโตได้เร็วกว่าลงทุนใหม่และความเสี่ยงก็น้อยกว่ามาก ส่วนการลงทุนสร้างโรงงานถลุงเหล็กในไทยบริษัทประกาศหยุดการลงทุนชัดเจนตั้งแต่ ม.ค.ปีที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลมีนโยบายไม่ชัดเจน” นายวิน กล่าว

ด้านสถานการณ์ราคาเหล็ก นายวิน กล่าวว่า ราคาได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าก่อนถึงสิ้นปีราคาจะปรับขึ้นได้อีก 510% จากปัจจุบันราคาเหล็กรีดร้อนอยู่ที่ 700 เหรียญสหรัฐต่อตัน เทียบกับ ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 650 เหรียญสหรัฐต่อตัน

สำหรับรายได้ปีนี้ยังคงเป้าที่ 5 หมื่นล้านบาท หรือโต 50% จากปีก่อนที่มีรายได้ 3.3 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี