
ฝากปั้นสตาร์ทอัพนวัตกรรม
รมว.พิเชฐ ส่งไม้ต่อ กระทรวงวิทย์ ฝากอรรชกา สานต่อสตาร์ทอัพ อีอีซีไอ มุ่งสร้างวิทย์เข้าถึงชุมชน ผลักดันโครงการฟู้ดอินโนโพลิส
รมว.พิเชฐ ส่งไม้ต่อ กระทรวงวิทย์ ฝากอรรชกา สานต่อสตาร์ทอัพ อีอีซีไอ มุ่งสร้างวิทย์เข้าถึงชุมชน ผลักดันโครงการฟู้ดอินโนโพลิส
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และอดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ภายหลังที่จะไปรับตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คนแรกของประเทศไทย โดยเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญ เป็นกระทรวงที่ต้องเกี่ยวข้องกับระบบการสื่อสาร จึงมีประโยชน์และความสำคัญต่อประชาชนอย่างมาก ซึ่งกระทรวงต้องก้าวให้ทันกับบทบาทของโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
สำหรับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีนางอรรชกา สีบุญเรือง มาเป็น รมว.คนใหม่ หลังจากนี้จะมีการหารือเรื่องการสานต่อนโยบายต่างๆ ต่อไป ซึ่งนโยบายหลักที่ต้องผลักดันต่อไป จะมีทั้งโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ที่จะต้องมีเขตลงทุนนวัตกรรม หรืออีอีซีไอ ในพื้นที่ด้วย การผลักดันนโยบายสตาร์ทอัพ ที่เตรียมจัดงานสตาร์ทอัพครั้งใหญ่ในปี 2560 ร่วมถึงส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในพื้นที่ต่างๆ และในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดแข่งขันสตาร์ทอัพระดับประเทศ และการร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือฟู้ดอินโนโพลิส ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จึงสามารถสร้างสตาร์ทอัพกลุ่มอาหารได้ รวมถึงการจัดทำมาตรฐานในภาคอุตสาหกรรมและการผลิตสินค้า อีกทั้งต้องมุ่งส่งเสริมให้วิทยาศาสตร์เข้าไปในชุมชนมากที่สุด ผ่านการร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังมีโครงการสะเต็มศึกษา และทาเลนต์ โมบิลิตี้ ที่จะต้องสานต่อไป รวมถึงโครงการการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า และพิพิธภัณฑ์นวัตกรรม โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโครงการที่พร้อมผลักดันต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงมีหน่วยงานในสังกัดหลายแห่ง พร้อมให้การส่งเสริมอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ในปี 2560 มีงบประมาณของกระทรวงออกมาแล้ว เชื่อมั่นว่าจะทำให้โครงการต่างๆ และนโยบายสามารถเดินหน้าได้อย่างดี
“เป็นเรื่องที่ดีของกระทรวงวิทย์ที่ได้คุณอรรชกาเข้ามารับตำแหน่ง รมว.คนใหม่ และมีการพูดคุยเรื่องงานต่างๆ ที่ท่านพร้อมจะสานต่อไปแล้ว เชื่อมั่นว่า รมว.อรรชกา จะสามารถสานต่อและพัฒนากระทรวงไปได้อีกขั้นอย่างแน่นอน” นายพิเชฐ กล่าว
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ตลอดเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา ที่เข้ามารับตำแหน่ง รมว.วิทย์ฯ ได้วางรากฐานและนโยบายต่างๆ ไว้ทั้งหมด มีการปรับการทำงานในกระทรวงให้เป็นเชิงบูรณาการ ทำให้ทุกคนในกระทรวงสามารถทำงานได้อย่างสะดวก และวางงบกระทรวงปี 2560 ที่มุ่งเป้า 6 ด้านหลัก รวมถึงยังมีการลงนามความร่วมมือกับสถาบันและในต่างประเทศจำนวนมาก
“อยากขอบคุณเจ้าหน้าที่และราชการทุกคนในกระทรวงที่ทำงานร่วมกันมาตลอดเวลากว่า 2 ปี ผมอยากขอบคุณที่ช่วยผมทำงานมาตลอด และฝากสนับสนุนคุณอรรชกา รมว.คนใหม่ รวมถึงการร่วมสานต่อนโยบายต่างๆ ในอนาคต” นายพิเชฐ กล่าว







