
ถกผู้ส่งออกแก้สารตกค้าง
กรมวิชาการเกษตรฯ เตรียมประชุมผู้ส่งออกแจ้งแผนแก้ปัญหาสารตกค้างก่อนบานปลาย หลังญี่ปุ่นพบในกระเจี๊ยบเขียว
กรมวิชาการเกษตรฯ เตรียมประชุมผู้ส่งออกแจ้งแผนแก้ปัญหาสารตกค้างก่อนบานปลาย หลังญี่ปุ่นพบในกระเจี๊ยบเขียว
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากกรณีมีปัญหาพบสารตกค้างในการส่งออกกระเจี๊ยบเขียวของบริษัทเอกชนรายหนึ่งไปประเทศญี่ปุ่นและในหน่อไม้ฝรั่งไปประเทศไต้หวัน กรมวิชาการเกษตรได้จัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาส่งให้ญี่ปุ่นพิจารณาแล้ว นอกจากนี้ ยังได้แจ้งไปยังผู้ส่งออกรายอื่นๆ ให้ทราบถึงปัญหาดังกล่าว และเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบผลผลิตก่อนส่งออกด้วย และอาจจะต้องเรียกประชุมผู้ประกอบการเพื่อย้ำความสำคัญอีกรอบเพื่อชื่อเสียงของประเทศ
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองกรณีนั้น กรมวิชาการเกษตรได้เตรียมจัดประชุมผู้ส่งออกพืชทั้งสองชนิดของไทย เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และขอให้ผู้ส่งออกเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบผลผลิตก่อนส่งออกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีก เนื่องจากจะส่งผลกระทบไปถึงผู้ส่งออกรายอื่นๆ รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ในฐานะเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลกด้วย” นายสุวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ กรณีที่ประเทศญี่ปุ่นได้ตรวจพบสาร Pyridaben ตกค้างในกระเจี๊ยบเขียวสดส่งออกเกินค่ามาตรฐาน MRL 0.01 ppm จากบริษัทผู้ส่งออกรายหนึ่งของไทย ทำให้กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นปรับระดับการสุ่มตรวจสารดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นเป็น 30% และหากตรวจพบสารตกตกค้างเกินค่ามาตรฐานอีกจะพิจารณากักกันกระเจี๊ยบเขียวทุกรุ่นที่นำเข้าจากประเทศไทยเบื้องต้นกรมวิชาการเกษตรได้แจ้งให้บริษัทผู้ส่งออกของไทยที่มีปัญหาดังกล่าวได้รับทราบ และเร่งตรวจสอบสาเหตุและแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว
สำหรับกระเจี๊ยบเขียวจัดเป็นพืชควบคุมเฉพาะตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืชเป็นพืชควบคุมเฉพาะ พ.ศ. 2556 ซึ่งมีข้อกำหนดว่าผลผลิตที่จะส่งออกต้องมาจากแปลงที่อยู่ในระบบ GAP หรือแปลงที่มีระบบการผลิตที่ดี ผ่านการคัดบรรจุในโรงงานที่ได้รับการรับรอง GMP และก่อนส่งออกต้องมีการตรวจผลผลิตเพื่อขอใบรับรองสุขอนามัยจากกรมวิชาการเกษตรแนบไปกับสินค้าที่ส่งออกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ส่งออกเข้าร่วมโครงการจำนวน 12 ราย
นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มความเข้มงวดผลผลิตหน่อไม้ฝรั่งส่งออกด้วย หลังไต้หวันตรวจพบสารตกค้างในหน่อไม้ฝรั่งที่นำเข้าจากไทย โดยต้องได้การรับรอง GAP ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 ม.ค. 2560 ปัจจุบันมีแปลงหน่อไม้ฝรั่งที่อยู่ในระบบ GAP จำนวนทั้งสิ้น 987 แปลง







