
แผ่นดินไหวในเมียนมา
ช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เมียนมาได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อีกครั้งในพื้นที่ส่วนกลางเยื้องไปทางตะวันตกของเมียนมา
โดย...กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
ช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เมียนมาได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อีกครั้งในพื้นที่ส่วนกลางเยื้องไปทางตะวันตกของเมียนมา ซึ่งครั้งนี้หนักถึง 6.8 ริกเตอร์ ในความโชคร้าย ยังมีโชคดีแฝงอยู่ เพราะจุดศูนย์กลางอยู่ลึกถึงสิบกิโลเมตร อีกทั้งในเขตแผ่นดินไหวยังไม่ค่อยมีอาคารบ้านเรือนหนาแน่น และไม่มีอาคารสูงเลย แถบนั้นมีแต่บ้านชั้นเดียว ความเสียหายจึงไม่รุนแรงมาก มีเพื่อนๆ หลายท่านที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใย ทั้งโทรศัพท์ ทั้งไลน์ ส่งมาถามไถ่กันมากมาย ต้องขอขอบพระคุณทุกๆ ท่านมา ณ ที่นี้ครับ
ผมอยากจะเล่าถึงเขตที่ประสบภัยพิบัติครั้งนี้ (อาจจะช้าไปนิด แต่ก็นะ...) ที่เสียหายมากก็จะเป็นเมืองปะกั่น หรือที่เรารู้จักกันในนามเมืองพุกาม ที่นี่จะเป็นอุทยานเมืองเก่าและยังเป็นราชธานีเก่าที่มีความสำคัญของชาวเมียนมา นับตั้งแต่ยุคสมัยพระเจ้าอะนอยะธาเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ท่านได้ทรงฟื้นฟูพุทธศาสนาอย่างมาก และในยุคนั้นได้มีการก่อสร้างเจดีย์มากมาย ดังนั้นเราจะเห็นเจดีย์ในเขตพุกาม มีมากมายถึงสามพันกว่าองค์ คราวนี้เกิดแผ่นดินไหวทำให้เจดีย์ที่มีประวัติยาวนานหลายองค์ถล่มลงมาเสียหาย
ประเทศเมียนมานั้น มีเส้นรอยเลื่อนของเปลือกโลกผ่ากลางประเทศเป็นรูปกากบาทอยู่ตรงกลางประเทศเลยครับ เส้นที่ใหญ่ที่สุดจะขวางกลางประเทศ โดยปลายเส้นอยู่ฝั่งตะวันตกติดกับทะเลอินเดีย อยู่ด้านรัฐยะไข่ ทะลุผ่านเขตรัฐมะไกว มัณฑะเลย์ เลยไปถึงรัฐฉาน เข้าสู่มณฑลยูนนาน เข้าสู่มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ถ้าเราจำได้ เมื่อสี่ห้าปีก่อน ก็เกิดแผ่นดินไหวในเขตเหวินชวน มณฑลเสฉวน ล้วนแล้วแต่เป็นเส้นรอยเลื่อนเดียวกัน อีกครั้งแผ่นดินไหวเมื่อหลายปีก่อนที่มัณฑะเลย์ทำให้ระฆังใหญ่ที่มิ่นกุนตกลงมา น้ำหนักระฆังหลายตัน ทำให้การยกระฆังขึ้นมาอีกครั้งลำบากเอาการเลยครับ ส่วนเส้นรอยเลื่อนอีกเส้นคือจากเหนือจรดใต้ เริ่มจากปลายสุดที่ย่างกุ้ง มุ่งตรงขึ้นไปตัดกับเส้นแรกที่รัฐสะกาย เหนือมัณฑะเลย์ขึ้นไปเล็กน้อย จากนั้นจะตรงเข้าสู่รัฐคะฉิ่น ออกไปยังมณฑลซินเจียง ประเทศจีน ระหว่างเส้นตัดกันนั้น จะมีเส้นย่อยๆ กระจายไปยังสี่ทิศ
ทั้งนี้ เมียนมาจึงเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งมาโดยตลอด และที่ผมกล่าวแต่แรกแล้วว่า ในความโชคร้ายย่อมมีโชคดีอยู่บ้าง เพราะที่เมียนมาเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่นี่จะมีพลอยไพลินอยู่ที่เมืองสู้ (เขตรัฐฉาน) ใกล้ๆ กับศูนย์กลางของเส้นตัดกันของรอยเลื่อนนั่นเอง ส่วนแหล่งหินหยกที่เป็นภูเขาเลากานั้น ก็อยู่ที่เขตเมืองมิจินา รัฐคะฉิ่น ก็อยู่ที่ใกล้ๆ เส้นที่สองของรอยเลื่อนเช่นกัน
ส่วนแร่ถ่านหินก็อยู่ในเขตสะกาย ใกล้ๆ กับเส้นที่ตัดกันของทั้งสองเส้นรอยเลื่อนเช่นกันครับ
ดังนั้น เราคนไทยจงภูมิใจเถอะครับว่าเราอยู่ในเขตแดนสุวรรณภูมินั้นเป็นบุญวาสนาจริงๆ ที่ไม่ต้องเสี่ยงภัยธรรมชาติเลย







