
BAFSมอง ท่องเที่ยว ปีหน้าโต
BAFS มองปริมาณใช้น้ำมันและรายได้โต 3-4% เชื่อท่องเที่ยวไทยยังบูมต่อ นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมา ชี้จะโตมากกว่าปีปกติเมื่อท่อส่งน้ำมันที่ จ.ลำปาง แล้วเสร็จปี 2562
BAFS มองปริมาณใช้น้ำมันและรายได้โต 3-4% เชื่อท่องเที่ยวไทยยังบูมต่อ นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมา ชี้จะโตมากกว่าปีปกติเมื่อท่อส่งน้ำมันที่ จ.ลำปาง แล้วเสร็จปี 2562
นายประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) เปิดเผยว่า ปี 2560 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตไปตามปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานที่จะเติบโตจากปีนี้ 3-4% ซึ่งเป็นการประเมินเป้าหมายเติบโตปกติอย่างนี้ทุกปี เนื่องจากมองว่าปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทยยังเติบโตดี โดยเชื่อว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การจัดอันดับล่าสุดปี 2559 ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด เบียดฝรั่งเศสประเทศที่น่าท่องเที่ยวที่สุดของปีก่อนตกไปอยู่อันดับ 3 อีกทั้งเศรษฐกิจต่างประเทศก็กำลังกลับมาฟื้นตัวดีโดยเฉพาะสหรัฐและยุโรป ขณะที่การใช้น้ำมันรองรับนักท่องเที่ยวในประเทศมองว่าปีหน้าจะอยู่ในระดับที่ทรงตัวเหมือนปีนี้
“ทุกปีเราจะมองปริมาณการใช้น้ำมันที่รายได้ในทิศทางเดียวกัน และผลการดำเนินการที่เกิดขึ้นจริงก็จะมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกปี โดยจะเติบโตประมาณ 7-8% จากปีก่อน แต่บริษัทจะเริ่มมีรายได้ดีขึ้น เมื่อโครงการท่อส่งน้ำมันของบริษัทลูกเฟส 2 ที่ จ.ลำปาง จะสร้างเสร็จภายในปี 2562” นายประกอบเกียรติ กล่าว
สำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัท แบ่งเป็น ธุรกิจการเติมน้ำมันอยู่ที่ 80% และโครงการท่อส่งน้ำมัน (FPT) อยู่ที่ 20% โดยในปีหน้าสัดส่วนรายได้จาก FPT จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 30% และ จะเป็น 40% หลังโครงการท่อส่งน้ำมัน จ.ลำปาง แล้วเสร็จในปี 2562
นายประกอบเกียรติ กล่าวว่า ระดับราคาน้ำมันเฉลี่ยปีหน้าคงจะเคลื่อนไหวไม่ไกลไปจากปัจจุบันที่กว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือไม่เกินระดับ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยการขยับขึ้นของราคาน้ำมันจะไม่มีผลต่อบริษัท แต่จะมีผลต่อต้นทุนของลูกค้าที่เป็นสายการบินต่างๆ โดยปีนี้ถือว่าสายการบินต่างๆ มีต้นทุนที่ถูก แต่ปีหน้าถือว่าราคาต้นทุนน้ำมันก็จะเริ่มขยับซึ่งใกล้จะถึงจุดสมดุล
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทอนุมัติจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ ชื่อ บริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการคิดค้น วิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการให้สิทธิและให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ซึ่งบริษัทถือหุ้นใน 100% จำนวน 5 หมื่นหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท
นอกจากนั้น BAFS เพิ่งได้รับการคัดเลือกเป็นหลักทรัพย์เข้าใหม่ในดัชนี FTSE SET Mid Cap Index ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา และกำหนดทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ครั้งต่อไปในวันที่ 1 มิ.ย. 2560







