
เพิ่มสลาก10ล้านฉบับ
สั่งพิมพ์ช่วงเทศกาลปีใหม่ ดัดหลังพ่อค้าขายเกินราคา
สั่งพิมพ์ช่วงเทศกาลปีใหม่ ดัดหลังพ่อค้าขายเกินราคา
โพสต์ทูเดย์ - กองสลากฯ สั่งพิมพ์สลากเพิ่มเป็น 136 ล้านฉบับ มั่นใจเห็นราคาคู่ละ 80 บาทแน่
พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานสลากฯ มีนโยบายเพิ่มปริมาณการพิมพ์สลากเข้าสู่ระบบอีก 10 ล้านฉบับ หรือเท่ากับ 5 ล้านคู่ต่องวด เริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 30 ธ.ค. 2559 นี้ ส่งผลให้ภาพรวมสลากงวดวันที่ 30 ธ.ค. 2559 เพิ่มจาก 120 ล้านฉบับ หรือ 60 ล้านคู่ เป็น 130 ล้านฉบับ หรือ 65 ล้านคู่
ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ค้าและกดดันราคาสลากให้ขายในราคาคู่ละ 80 บาท เนื่องจากใกล้ช่วงปีใหม่และตรุษจีน ส่งผลให้ราคาสลากปรับตัวสูงขึ้น เพราะประชาชนให้ความสนใจนิยมมอบให้เป็นของขวัญ
นอกจากนี้ ในงวดวันที่ 17 ม.ค. 2560 จะเพิ่มปริมาณสลากอีก 6 ล้านฉบับ หรือ 3 ล้านคู่ ส่งผลให้ภาพรวมสลากงวดวันที่ 17 ม.ค. 2560 จะเพิ่มเป็น 136 ล้านฉบับ หรือเท่ากับ 68 ล้านคู่
“สลากที่พิมพ์เพิ่มใหม่จะเปิดให้ผู้ค้าที่สนใจทำรายการจองผ่านธนาคารกรุงไทยในวันที่ 19 ธ.ค. 2559 ซึ่งคาดว่าปริมาณสลากที่สำนักงานสลากฯ ใส่เข้าไปเพิ่มจะบรรเทาปัญหาความต้องการสลาก และลดระดับความรุนแรงของปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาลงได้” พล.ต.ฉลองรัฐ กล่าว
สำหรับการดำเนินงานครั้งนี้ สำนักงานสลากฯ ต้องการกดดันราคาสลากในช่วงไฮซีซั่นไม่ให้ขายเกินราคา ผ่านการอัดฉีดสลากเข้าไปในระบบเพิ่มเติมจากเดิม ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสลากในราคาที่กำหนดไว้คู่ละ 80 บาท รวมทั้งจะเป็นการคัดกรองผู้ค้าที่ขายสลากแท้จริง ทั้งนี้ขอเตือนว่าหากไม่ได้เป็นผู้ค้าสลากจริงและเข้ามาในระบบนี้อาจเสี่ยงขาดทุนได้
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ เห็นชอบมาตรการใหม่ คือการปรับเงื่อนไขในสัญญาของรายย่อยที่มีสัดส่วน 60% ของสลากทั้งหมด ให้ต่อสัญญาทุก 6 เดือน และหากพบว่ามีการผิดสัญญา เช่น ขายเกินราคา หรือนำไปขายต่อจะถูกยกเลิกสัญญาทันที
นอกจากนี้ ได้เพิ่มอำนาจผู้ตรวจของสำนักงานสลากฯ หากพบผู้กระทำผิดสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันทีเช่นกัน รวมทั้งได้เลื่อนระยะเวลาการรับสลากเริ่มต้นเดือน ธ.ค. 2559 เพื่อใช้เหลือเวลาในการจำหน่าย 8-9 วัน ทำให้การรวมชุดเป็นไปได้ยาก สุดท้ายจะเหลือแต่ผู้ค้าสลากตัวจริง







