
ส่งกฤษฎีกาตีความยุติสัมปทานมือถือ2จี
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจมีมติตีกลับ การแปลงสัญญาสัมปทานมือถือระบบ 2 จี โดยให้ไอซีทีไปปรึกษากับคณะกรรมการกฤษฎีกาเพิ่มเติมในรายละเอียด
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจมีมติตีกลับ การแปลงสัญญาสัมปทานมือถือระบบ 2 จี โดยให้ไอซีทีไปปรึกษากับคณะกรรมการกฤษฎีกาเพิ่มเติมในรายละเอียด
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (รศก.) หรือ ครม.เศรษฐกิจ มีมติให้ทางคณะทำงานของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไปปรึกษากับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการยุติสัญญาสัมปทานมือถือระบบ 2 จี ว่าแนวทางใดจะดำเนินการได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ประเด็นกฎหมายที่จะให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความคือ การยุติสัมปทานมือถือระบบ 2 จี แล้วให้ออกใบอนุญาต เข้าข่ายการแปลงสัมปทานตามมาตรา 80 ของกฎหมายคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) หรือไม่ หากเข้าข่าย กทช.จะต้องออกใบอนุญาตตามระยะเวลาสัมปทานเดิมที่เอกชนเหลืออยู่ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนไม่สนใจเพราะอายุใบอนุญาตเหลือน้อย แต่หากไม่เข้าข่าย กทช. สามารถออกใบอนุญาตได้เป็นเวลา 15 ปี เพื่อให้เอกชนลงทุนพัฒนาระบบ 2 จีต่อไป
นอกจากนี้ คลัง และ ไอซีที ยังต้องหารือกับ กทช. ในประเด็นเมื่อมีการยุติสัญญาสัมปทาน ไปแล้ว คลื่นความถี่จะต้องโอนกลับไปที่ กทช. โดยตรง หรือ โอนไปที่ บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท คมนาคม ก่อน รวมถึงประเด็นการออกใบอนุญาต กทช. จะให้ผู้ประกอบการใช้คลื่นความถี่เดิม คือ GSM 900 หรือปล่อยเป็นอิสระใช้คลื่นความถี่ใดก็ได้ ซึ่งจะพัฒนาสู่ระบบ 4จี ได้ในอนาคต โดยกทช. จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้บริการจะได้รับ
ขณะที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ครม.เศรษฐกิจ ยังไม่ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการแปลงสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนระบบ 2จี เนื่องจากทางกฤษฎีกายังไม่ตอบความเห็นทางด้านกฎหมายกลับมา
นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเด็นที่ที่ประชุมเห็นว่า ต้องถามกฤษฎีกา มีหลายประเด็น แต่โดยรวมคือ ในกรณีผู้รับสัมปทานที่เป็นคู่สัญญาของบริษัท ทีโอที ซึ่งมีอยู่ 3 ราย จะออกจากสัญญาก่อนครบอายุสัมปทานตามสัญญาเดิม เพื่อไปรับใบอนุญาต 3 จี กทช. จะสามารถบอกเลิกสัญญาเดิมได้หรือไม่ ต้องตกลงกันอย่างไร แล้วถ้าหากเลิกสัญญาเดิมแล้ว ทางทีโอทีจะต้องส่งไปให้ทาง กทช. รับผิดชอบหรือไม่ และจะให้ กทช. ออกใบอนุญาตระบบ 2 จีที่ยังเหลืออายุสัมปทานอย่างไร การบอกเลิกสัญญาต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุนหรือไม่ เป็นต้น
นายธราดล กล่าวอีกว่า ครม.เศรษฐกิจได้เห็นชอบกรอบแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในภาพรวม โดยมอบหมายกระทรวงไอซีที รับไปศึกษารายละเอียดและพิจารณาแนวทางปรับโครงสร้างธุรกิจของ ทีโอที และ กสท ให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพื่อนำเสนอ ครม.เศรษฐกิจต่อไป
นอกจากนี้ ยังเห็นควรให้กระทรวงการคลังจ้างที่ปรึกษาด้านกฎหมายและด้านการเงิน เพื่อทำหน้าที่ในการจัดทำรายละเอียดและข้อเสนอต่างๆ และประเมินผลกระทบต่อภาครัฐ ซึ่งรวมถึง ทีโอที และ กสท และประโยชน์ของผู้ใช้บริการด้วย ขณะเดียวกันยังได้มอบหมายให้กระทรวงไอซีทีเร่งรัด ทีโอที และ กสท ไปเร่งดำเนินการปรับปรุงสัญญาให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ในเรื่องการพิจารณาสัญญาสัมปทานบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อนำเสนอ ครม.ต่อไป







