
ปั้น ‘บิวตี้ คลับ แกรนด์’ ก้าวรุกตลาดความงามครบวงจร
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
ความสวยงามถือเป็นของที่คู่กับผู้หญิง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมภาพรวมธุรกิจสินค้าความงามจึงได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจน้อยมาก ขณะที่หลายๆ ธุรกิจมีอัตราการเติบโตชะลอตัว แต่สำหรับธุรกิจความงามยังคงมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง
แนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าวสอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท คลับวาไรตี้ ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ทำธุรกิจความงาม ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจด้วยการเปิดเป็นคอนเนอร์ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้ชื่อ บิวตี้ คลับ หลังจากทำธุรกิจมาพักหนึ่งก็เล็งเห็นว่าลูกค้าส่วนหนึ่งที่เข้ามาใช้บริการไปซื้อสินค้าเมกอัพอีกร้านหนึ่ง เนื่องจากร้านบิวตี้ คลับ ไม่มีสินค้ากลุ่มดังกล่าวขาย
จากปัจจัยดังกล่าว พิรศุษม์ ปลื้มปิติชัยกุล และ นภัทร โภคาสัมฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลับวาไรตี้ เจ้าของธุรกิจบิวตี้ คลับ จึงเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจด้วยการวางแผนเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่นำมาขาย จากเดิมเน้นเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขยายมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เมกอัพ หรือสีทาเล็บ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ร้านบิวตี้ คลับ แล้วซื้อสินค้าได้ครบทุกความต้องการ
พิรศุษม์ ปลื้มปิติชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลับวาไรตี้ กล่าวว่า บริษัทได้ขยายธุรกิจด้วยการปรับรูปแบบธุรกิจจากคอนเนอร์เป็นรูปแบบร้านบิวตี้ คลับ แกรนด์ ซึ่งจะมีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่า เพื่อให้สินค้ามีความหลากหลายและครบวงจรมากขึ้น โดยในส่วนของร้านบิวตี้ คลับ แกรนด์ สาขาแรกที่ทดลองเปิดให้บริการโมเดลธุรกิจใหม่ คือ เมเจอร์รัชโยธิน เนื่องจากเป็นสาขาแรกที่ธุรกิจบิวตี้ คลับได้ถือกำเนิดขึ้น และหลังจากเปิดให้บริการในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้ผลการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
จากความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว ส่งผลให้บริษัท คลับวาไรตี้ มีแผนที่จะขยายร้านบิวตี้ คลับ แกรนด์ เพิ่มอีกในส่วนของทำเลเครือโรงภาพยนตร์เมเจอร์อีก 4 สาขา ด้วยการปรับปรุงร้านที่เป็นคอนเนอร์ของบิวตี้ คลับ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 20 สาขา เปลี่ยนให้เป็นโมเดลร้านบิวตี้ คลับ แกรนด์ โดยภายใน 2 ปีนับจากนี้คาดการณ์ว่าจะทยอยปรับปรุงเป็นร้านบิวตี้ คลับ แกรนด์ได้ทั้งหมด
พิรศุรษม์ กล่าวอีกว่า จากการทำการวิจัยศึกษาตลาดทำให้บริษัท คลับวาไรตี้ พบว่ายังมีช่องว่างทางการตลาดให้สามารถขยายธุรกิจไปได้อีกมากโดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด เนื่องจากปัจจุบันร้านจำหน่ายเครื่องสำอางครบวงจรยังมีจำนวนผู้ประกอบการเข้าไปทำธุรกิจน้อย จึงมั่นใจว่าหากนำร้านบิวตี้ คลับ แกรนด์ เข้าไปเปิดให้บริการในตลาดต่างจังหวัด จะได้ผลการตอบรับดีเพราะสินค้าที่นำเข้าไปจำหน่ายมีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางในกลุ่มคัลเลอร์ เมกอัพ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ในด้านของแผนการดำเนินธุรกิจปีนี้ บริษัท คลับวาไรตี้ มีแผนจะนำร้านบิวตี้ คลับ แกรนด์ เข้าไปเปิดให้บริการภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชลบุรี เป็นสาขาที่ 21 ภายใต้งบลงทุนในการเปิดสาขาที่ประมาณ 10 ล้านบาท
ด้าน นภัทร โภคาสัมฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลับวาไรตี้ กล่าวว่า การเติบโตของร้านบิวตี้ คลับ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตไว้ที่ประมาณ 15 % ขณะที่ปลายปีนี้บริษัทมียอดขายเติบโตสูงถึง 20 % ทำให้บริษัททำยอดขายได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ แม้ว่าจะมีการชะลอตัวในด้านของกำลังซื้อ ส่งผลให้ซื้อสินค้าน้อยลงก็ตาม
“ปัจจัยที่ทำให้บริษัทสามารถนำธุรกิจผ่านปัจจัยลบมาได้ เพราะบริษัทมีสินค้าทีหลากหลาย และมีการหมุนเวียนสินค้าใหม่ๆ เข้ามาจำหน่ายอยู่เสมอ จึงทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น” นภัทร กล่าวเสริม
นอกจากนี้ ราคาสินค้าที่นำมาจำหน่ายยังมีราคาถูกกว่าคู่แข่งในตลาด เช่น คู่แข่งลดราคา 50% แต่สินค้าภายในร้านบิวตี้ คลับ และบิวตี้ คลับ แกรนด์ จะลดราคาที่ 70% ขณะเดียวกันยังมีการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย และทำโปรโมชั่นสินค้าอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดความถี่ในการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า
ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว จึงทำให้บริษัท คลับวาไรตี้ ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยในสิ้นปี 2559 นี้คาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 500 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 25% ทั้งนี้รายได้หลักยังคงมาจากกลุ่มสินค้าเสริมอาหารแบรนด์นิวเวย์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มสินค้าที่เติบโตได้ดีเกินคาด สามารถสร้างยอดขายได้ดีมาตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่เปิดตัวมา ส่วนสินค้าที่ขายดีรองลงมา คือ กลุ่มเมกอัพ เพราะมีสินค้าให้ลูกค้าได้ซื้อชม เลือกช็อปมากกว่า 4,000 รายการ
แม้ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายหลักยังเป็นอาหารเสริมนิวเวย์ ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท เน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่ได้มีการเปิดหน้าร้านเพื่อขายสินค้า แต่หลังจากบริษัทเปิดหน้าร้านบิวตี้ คลับ เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจในสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทำให้บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามทั้งกลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่เป็นเคาท์เตอร์แบรนด์ในห้าง และแบรนด์ที่อยู่ในกระแสความนิยม จึงทำให้สินค้าได้รับความสนใจจากลูกค้า เนื่องจากราคาขายใกล้เคียงกับร้านค้าปลอดภาษี
นภัทร กล่าวต่อว่า ในส่วนของแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2560 บริษัทจะเน้นการปรับปรุงร้านบิวตี้ คลับ ที่เหลืออีก 16 สาขา ปรับเป็นร้านบิวตี้ คลับ แกรนด์ จำนวน 8 สาขา ภายใต้งบลงทุนสาขาละ 8-10 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 8 สาขาจะทำการปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 พร้อมทั้งวางแผนระยะยาว 3-5 ปี จะลงทุนร่วมกับกลุ่มนักลงทุน หรือ กลุ่มเซเลบริตี้ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจา
นอกจากจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจตลาดในประเทศแล้ว บริษัท คลับวาไรตี้ ยังมีแผนที่จะนำร้านบิวตี้ คลับ แกรนด์ เข้าไปเปิดให้บริการในตลาดต่างประเทศ ซึ่งกลุ่มประเทศที่ให้ความสนใจ คือ กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง หรือซีแอลเอ็มวี เนื่องจากมีพรมแดนติดกับประเทศไทย แต่ก่อนที่จะเข้าไปขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านจะเน้นการนำร้าน บิวตี้ คลับ แกรนด์ เข้าไปขยายสาขาในจังหวัดใกล้แนวชายแดนร่วมกับห้างค้าปลีกก่อน เพื่อเป็นการสร้างฐานธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง
หลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พิรศุรษม์ และนภัทร คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2560 จะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 600-700 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท ในอีก 3 ปีนับจากนี้







